ผจก.โมเดลลิ่ง แจ้งความถูกมิจฉาชีพหลอกเงินมัดจำเช่ารถ

ผจก.โมเดลลิ่ง แจ้งความถูกมิจฉาชีพหลอกเงินมัดจำเช่ารถ

ผจก.โมเดลลิ่ง แจ้งความถูกมิจฉาชีพหลอกเงินมัดจำเช่ารถ

รูปข่าว : ผจก.โมเดลลิ่ง แจ้งความถูกมิจฉาชีพหลอกเงินมัดจำเช่ารถ

ผู้จัดการบริษัทโมเดลลิ่ง เข้าแจ้งความ ปอท.ถูกกลุ่มมิจฉาชีพโกงเงินมัดจำค่าเช่ารถยนต์ ยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุดแม้ค่าเสียหายหลักพันบาท ป้องกันก่อเหตุซ้ำอีก

วันนี้ (1 ก.พ.2565) ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กรุงเทพฯ น.ส.ชญาณันทน์ มหาพีรพัฒน์ ผจก.บริษัทแอต เฮ้าส์ โมเดลลิ่ง เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ธีรวัฒน์ ทองหยาด รอง สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท. แจ้งความกรณีถูกโกงเงินมัดจำค่าเช่ารถยนต์ โดยผู้ก่อเหตุใช้เพจเฟซบุ๊กชื่อ "บริการรถเช่าขับเอง"

น.ส.ชญาณันทน์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ ( 31 ม.ค.) เวลาประมาณ 19.00 น. ตนเองได้โพสต์ถามหารถเช่าในเพจเฟซบุ๊กบัญชีกลุ่มรถเช่าเชียงราย Rent A Car Chaingrai เพราะมีธุระจะต้องเดินทางไปที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 11-13 ก.พ.ที่ผ่านมา

 

จากนั้นมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Kook Banphao แอดมาคุยทางแมสเซนเจอร์ แนะนำว่ามีรถ Yaris ปี 2020 ให้เช่า หากสนใจให้ติดต่อแอดมินเพจชื่อ “ K.K Car For Rent บริการรถเช่าขับเอง” ตนเองจึงติดต่อแอดมินเพจดังกล่าวผ่านแมสเซนเจอร์ “รถเช่าขับเอง” ได้แนะนำรถ Yaris ปี 2020 ค่าเช่าวันละ 800 บาท เรียกค่ามัดจำ 3,000 บาท จะคืนให้ลูกค้าตอนส่งรถคืน กรณีเกิดอุบัติเหตุถ้าลูกค้าไม่ผิดจะคืนมัดจำ ถ้าลูกค้าผิดจะไม่คืนมัดจำ และไม่ต้องรับผิดชอบเพราะมีประกันภัยชั้น 1 พร้อมกับส่งรูปรถมาให้เลือกว่าจะจองรถคันไหน รวมถึงวันเวลาที่จะเช่า

เมื่อตกลงกันเรียบร้อย ผู้ก่อเหตุได้ให้โอนเงินมัดจำล่วงหน้าก่อน 2,000 บาท ไปยังบัญชีธนาคารกสิกรไทย เลขบัญชี118427048 ชื่อนายวิฑูรย์ ยอแซฟ

ปกติจะเดินทางไปเชียงรายบ่อย ใช้บริการเช่ารถเจ้าอื่นประจำ แต่ครั้งนี้ลองเปลี่ยนเจ้าดูบ้าง สอบถามจนมั่นใจว่าจะไม่ถูกหลอก จึงโอนเงินมัดจำไป ส่งสลิปโอนเงินไปยืนยัน

จากนั้นผู้ก่อเหตุได้แจ้งกลับมาขอให้ช่วยโอนเงินอีกจำนวน 3,400 บาท เพื่อปิดคิว อ้างว่า ทางร้านนำรถมาจากศูนย์บางส่วน โอนปิดคิวมาแล้วจะโอนกลับคืนให้ทันที ซึ่งตนเองเช่ารถบ่อย ๆ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ จึงตัดสินใจยกเลิกการจองรถและขอเงินมัดจำคืน แต่กลับให้ตนเองติดต่อเจ้าของธุรกิจรถเช่าขับเอง ทางไลน์ บัญชีชื่อ asdf123 ซึ่งทราบภายหลังว่าใช้รูปคนดังเป็นรูปโปรไฟล์ ก่อนจะให้เบอร์มือถือโทรศัพท์พูดคุยกัน

 

ทั้งนี้ น.ส.ชญาณันทน์ แจ้งเรื่องแอดมินเพจรถเช่าขับเอง ไม่ยอมคืนเงินมัดจำจำนวน 2,000 บาท ปลายสายบอกว่าจะสอบถามให้ ก่อนจะรีบวางสายไปแล้วติดต่อไม่ได้อีก รวมทั้งข้อความที่คุยกันในแมสเซนเจอร์ก็โดนลบทิ้งหมด เมื่อเอาชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารที่โอนเงินมัดจำไปค้นหาใน Google ปรากฎชื่อ วิฑูรย์ ยอแซฟ ติดแบล็กลิสต์ขึ้นมาจำนวนมาก

ต่อมาผู้เสียหายได้นำรายละเอียดที่ถูกหลอกเงินมัดจำไปโพสต์ถามในเพจกลุ่มรถเช่าเชียงราย ก็มีคนมาคอมเม้นต์ว่าเป็นผู้ก่อเหตุแอบอ้างมาหลอกลวงคนต้องการเช่ารถจำนวนมาก แอดมินเพจเองก็แจ้งว่าได้ปักหมุดเตือนให้ระวังกลุ่มนี้ ซึ่งตนเองไม่เห็นทันได้อ่านจึงไม่ทราบ

ยืนยันเอาผิดถึงที่สุด หวั่นก่อเหตุซ้ำ

วันนี้ จึงเดินทางมาแจ้งความตำรวจ บก.ปอท.เพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุกลุ่มนี้ เชื่อว่ามีผู้เสียหายจำนวนมาก แต่ไม่อยากแจ้งความ เพราะเงินมัดจำเพียง 1,000-2,000 บาท แต่ตนเองไม่ต้องการให้ผู้ก่อเหตุกลุ่มนี้ไปหลอกลวงคนอื่นอีก จึงต้องดำเนินคดีและยินดีบอกเล่าให้สังคมทราบจะได้ระวังป้องกันตัวไม่ตกเป็นเหยื่อ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบหลักฐานที่ผู้เสียหายรวบรวมมา พบว่า มีข้อมูลที่จะติดตามเงินมัดจำคืนหรือเอาผิดตามกฎหมายได้ โดยแนะนำให้ผู้เสียหายเข้าพบและแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุที่ผู้เสียหายโอนเงิน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

เช็กข้อมูลก่อนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

ขณะที่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. และ รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า มิจฉาชีพได้ใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ที่ประชาชนนิยมใช้งาน เป็นช่องทางในการหลอกลวง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝากประชาสัมพันธ์เตือนภัยหากจะเช่ารถผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ขอให้ตรวจสอบให้ดีอย่ารีบโอนเงิน ควรใช้บริการบริษัทที่น่าเชื่อถือ หากมีความประสงค์จะใช้บริการบุคคลหรือบริษัทที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนควรตรวจสอบรายละเอียดเบื้องต้นของผู้โพสต์ว่าเป็นบัญชีสื่อสังคมออนไลน์จริงหรือบัญชีอวตาร (บัญชีที่สร้างขึ้นมาเพื่อก่ออาชญากรรมออนไลน์) โดยให้นำชื่อ, หมายเลขบัญชีธนาคาร, หมายเลขโทรศัพท์ และรายละเอียดของผู้เช่าทั้งหมด ไปตรวจสอบในเว็บไซต์ Search engine เช่น Google ว่าเคยมีประวัติการโกงหรือไม่อย่างไร

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว กรุณาแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

กลับขึ้นด้านบน