"เดนมาร์ก" ยกเลิกทุกมาตรการคุมโควิด-19 ชาติแรกในยุโรป

"เดนมาร์ก" ยกเลิกทุกมาตรการคุมโควิด-19 ชาติแรกในยุโรป

"เดนมาร์ก" ยกเลิกทุกมาตรการคุมโควิด-19 ชาติแรกในยุโรป

รูปข่าว : "เดนมาร์ก" ยกเลิกทุกมาตรการคุมโควิด-19 ชาติแรกในยุโรป

"เดนมาร์ก" กลายเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทั้งหมด รวมถึงข้อบังคับการสวมหน้ากาก หลังฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรได้มากกว่า 80% ขณะที่องค์การอนามัยโลกเตือนการผ่อนคลายมาตรการควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2565 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลเดนมาร์กประกาศยกเลิกกฎการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศทั้งหมด โดยเปิดให้ประชาชนเข้าใช้บริการสถานบันเทิงได้และขายแอลกอฮอล์ได้ตามปกติ รวมทั้งไม่ตรวจบัตรผ่านดิจิทัลเพื่อเข้าใช้บริการสถานบันเทิง หรือเข้ารับประทานอาหารภายในร้านอีกต่อไป

นอกจากนี้ยังยกเลิกการบังคับให้สวมหน้ากากเมื่อเข้าร้านค้า ร้านอาหาร หรือระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ เหลือเพียงคำแนะนำให้สวมหน้ากากเฉพาะในโรงพยาบาล สถานพยาบาลหรือศูนย์สุขภาพต่างๆ และบ้านพักคนชรา

เช่นเดียวกับกฎการเว้นระยะห่าง ซึ่งเดนมาร์กประกาศยกเลิกการจำกัดจำนวนคนที่เข้าร่วมกิจกรรมในอาคารทั้งหมดแล้วเช่นกัน แต่ยังขอให้ประชาชนตรวจหาเชื้ออย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้รับมือได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์จำเป็น

 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลเดนมาร์กประเมินว่า การระบาดของโควิด-19 ไม่ใช่โรคที่มีอันตรายร้ายแรงในสังคมอีกต่อไป เพราะแม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในเดนมาร์กจะเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบสาธารณสุข ประกอบกับเดนมาร์กมีอัตราการฉีดวัคซีนสูง ประชากรที่อายุ 5 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 80 ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม และอีกประมาณร้อยละ 60 ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 แล้ว

สำหรับเดนมาร์กมีประชากร 5.8 ล้านคน โดยช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาบางวันมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 50,000 คนโดยเฉลี่ย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยวิกฤตลดลง แต่รัฐบาลเดนมาร์กเตือนว่าอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้อาจมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น และประชาชนอาจจำเป็นต้องฉีดวัคซีนเข็มที่ 4

WHO เตือนผ่อนคลายคุมโควิดแบบค่อยเป็นค่อยไป

ขณะที่ เทดรอส อะดานอม เกเบรเยซุส ผอ.องค์การอนามัยโลก ระบุว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะยอมแพ้หรือประกาศชัยชนะเหนือโควิด-19 เนื่องจากหลายประเทศยังไม่ถึงจุดที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์โอมิครอนเป็นจำนวนสูงสุด พร้อมทั้งเตือนว่าการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรคควรเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเรียกร้องให้แต่ละประเทศใช้การฉีดวัคซีนควบคู่ไปกับมาตรการอื่นด้วย

องค์การอนามัยโลกกังวลเรื่องการสื่อสารเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมประชากรจำนวนมาก และความรุนแรงของโอมิครอนที่แม้จะระบาดมากกว่า แต่ก็รุนแรงน้อยกว่า ซึ่งเมื่อประกอบกันกลับทำให้ผู้คนมองไม่เห็นความจำเป็นในการป้องกันการแพร่ระบาดอีกต่อไป

ที่มา : BBC, Reuters

 

อ่านข่าวอื่นๆ

"จัสติน ทรูโด" ผู้นำแคนาดาแจ้งผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก

1 ปี "รัฐประหารเมียนมา" สู่สงครามปฏิวัติประชาชน

"อุซเบกิสถาน" เปิดสอบหญิงโยนลูก 3 ขวบลงกรงหมีในสวนสัตว์

 

กลับขึ้นด้านบน