บทวิเคราห์ : จาก 'สภาล่ม' ถึงพรรคทางเลือก

บทวิเคราห์ : จาก 'สภาล่ม' ถึงพรรคทางเลือก

บทวิเคราห์ : จาก 'สภาล่ม' ถึงพรรคทางเลือก

รูปข่าว : บทวิเคราห์ : จาก 'สภาล่ม' ถึงพรรคทางเลือก

สภาล่ม วลียอดฮิตปัจจุบัน หลังจากสภาล่มอีกเมื่อวันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ นับเป็นครั้งที่ 3 นับจากต้นปี เป็นต้นมา

เปิดสถิติสภาฯ ล่ม 11 ครั้ง กับ 3 ปีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

มีการกล่าวหากันแบบไม่มีใครยอมใคร พรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างก้าวไกลกับเพื่อไทย เปิดวิวาทะฉะกันแบบเปิดหน้าไม่อ้อมค้อม ขณะที่พรรครัฐบาล อย่างประชาธิปัตย์ ซัด พลังประชารัฐ ต้องแสดงตนเป็นแบบอย่างให้พรรคการเมืองอื่น รวมทั้งส.ส.ฝ่ายค้านยืนซดแลกหมัดกับ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวหาไม่เป็นกลาง แบบไม่เกรงอกเกรงใจ

ขณะที่กลุ่ม 20 ส.ส.ของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่ง "บิ๊กป้อม" รับประกันว่า ยังอยู่ฝ่ายรัฐบาล ยังเล่นเกมยื้ออำนาจแบบแค้นฝังหุ่นต่อไป

เหตุการณ์ "สภาล่ม" หากมองในเชิงบวก ยังเป็นการสะท้อนความเป็นไปในระบอบประชาธิปไตย ในระบอบรัฐสภา มีฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน มีเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย ซึ่งแตกต่างจากระบอบเผด็จการหรือรูปแบบอื่นๆ ที่ใช้อำนาจบังคับหรือกึ่งบังคับประชาชน แม้อาจจะมีส.ส. มีรัฐบาล-ฝ่ายค้าน แต่จะไม่มีเหตุการณ์สภาล่มให้เห็นเด็ดขาด เพราะไม่มีใครกล้าหือกับผู้มีอำนาจ

"สภาล่ม"ยังเป็นหนึ่งในวิธีการขับเคลื่อนผ่านระบบรัฐสภาของส.ส. ปกติจะเกิดขึ้นจากความชะล่าใจหรือเลินเล่อ หรือมีเหตุการณ์ที่คาดคิดไม่ถึง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็เกิดจากเกมการเมือง โดยมีบางกลุ่มวางแผนให้เกิด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะแม้แต่ชาวบ้านยังมองออกว่า เป็นเรื่องเกมการเมืองล้วนๆ ในช่วงจังหวะเวลาที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเจอกับสถานการณ์รุมเร้าจากแทบทุกด้าน และที่สำคัญคือเป็นปัญหาภายในรัฐบาลและพปชร.อันเกิดจากสนิมเนื้อใน

ทางออกที่เหลืออยู่มีน้อยมาก อย่างเช่น ปรับ ครม. ดึงส.ส.จากกลุ่มร.อ.ธรรมมนัสกลับเข้าร่วมรัฐบาลอีกครั้ง ยังไม่มีท่าทีสนองตอบ จาก พล.อ.ประยุทธ์ เพราะมองว่าเป็นเรื่องเสียศักดิ์ศรีอย่างรุนแรง

จึงเกิดคำถาม รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ต่อไปได้อีกนานแค่ไหน หรือจะถอดใจนับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้ง ยิ่งมีพรรคการเมืองเกิดใหม่เปิดตัวอย่างต่อเนื่อง หรือพรรคการเมืองที่ก่อตั้งแล้วเริ่มมีการขยับตัว

ล่าสุดคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มี 'แรมโบ้' เสกสกล อัตถาวงษ์ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐนตรี เป็นแกนนำ ประกาศเปิดตัวหนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ทำให้เรื่อง 'พรรคสำรอง' ของ 'บิ๊กตู่' กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ในฐานะอีกหนึ่งทางเลือก นอกเหนือจากพรรคเศรฐษกิจไทย ซึ่งตอนนี้ถูก ร.อ.ธรรมนัส ยกทีมส.ส.ที่ออกจาก พปชร.ไปจับจองไว้แล้ว จึงต้องหาพรรคใหม่

หรืออาจจะเปลี่ยนไปใช้อีกหนึ่งแผน คือเข้าไปยึดพรรค พปชร.ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ไหนๆ กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส ที่เป็น 'หอกข้างแคร่' ก็ไปจากพรรคแล้ว

การกลับไปปักหลักที่พปชร. แม้จะเป็นช่วงปัญหาขัดแย้งรุนแรง และอาจมีส.ส.อีกส่วนหนึ่งลาออก แต่จะชัดเจนว่าที่เหลือจะเป็นกลุ่ม 'เลือดแท้' และน่าจะการันตีได้ว่า มีจำนวนส.ส.มากกว่าเกณฑ์ ที่การเสนอชื่อแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งสมัยหน้ากำหนดไว้ที่ 5 % หรือมีส.ส.ไม่ต่ำกว่า 25 คน

ต้องไม่ลืมว่า พล.อ.ยังมีเสียง ส.ว.รอโหวตให้อีกถึง 250 คน

ดังนั้น ไม่ว่าจะถึงทางตันเพราะสภาล่มซ้ำซากไปต่อไม่ได้ หรือการตัดสินใจนัยถอยหลังเจ้าสู่โหมดเลือกตั้ง

ไม่ว่าจะโดยทางเลือกใด เกมการเมืองแม้อาจพลิกผันไปมา แต่แต้มต่อจากไพ่ในมือที่ถืออยู่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังเหนือกว่าอยู่ดี

กลับขึ้นด้านบน