บทวิเคราะห์ : สภาล่มซ้ำซากเป็นเหตุ

บทวิเคราะห์ : สภาล่มซ้ำซากเป็นเหตุ

บทวิเคราะห์ : สภาล่มซ้ำซากเป็นเหตุ

รูปข่าว : บทวิเคราะห์ : สภาล่มซ้ำซากเป็นเหตุ

สภาล่มอีกแล้ว บ่อยจนคนจำไม่ได้หรือไม่อยากจำ และไม่รู้จะเกิดเหตุสภาล่มแบบนี้อีกครั้งกี่หน

แต่แทนที่จะมีแสดงความรับผิดชอบ หรือร่วมรับผิดชอบ เพราะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ แต่กลับเงียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แม้ฝ่ายหนึ่งจะอ้างเหตุผลเป็นหนึ่งในวิธีการกดดันรัฐบาลในสถานการณ์ที่ไม่อาจควบคุมเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภาได้ ควรต้องยุบสภาเลือกตั้งใหม่ แต่การเดินเกมลักษณะนี้แบบพร่ำเพรื่อ ย่อมเกิดกระแสตีกลับคืนจากประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

ในช่วงสาระพันปัญหาเศรษฐกิจ-ค่าครองชีพกำลังรุมเร้า แต่กลไกระบอบรัฐสภากลับไม่สามารถเป็นที่พึ่งพิงหรือหาทางออกให้ได้

ซ้ำยังทำให้ดีกรีเดือดเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อปรากฏภาพ ส.ส.เซลฟี่ถ่ายภาพอย่างชื่นมื่น บางกลุ่มชูสัญญลักณ์ไอเลิฟยู เล่นกับกล้องอย่างสนุกสนาน ระหว่างความวุ่นวายหลังองค์ประชุมสภาไม่ครบ

ไล่เลี่ยกัน ยังปรากฏการประกาศรวมตัวของส.ส.จากต่างพรรคการเมือง ส่วนใหญ่เป็นพรรคขนาดเล็กและฝ่ายค้าน ตั้งกลุ่มการเมืองชื่อกลุ่ม 16 โดยอ้างภาระคือโหวตสวนฝ่ายรัฐบาล ในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง โดยมีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ กับคู่หูดูโอนายพิเชษฐ์ สถิรชวาล ซึ่งปัจจุบันย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ เป็นตัวตั้งตัวตี

ก่อนจะมีส.ส.ที่ถูกอ้างถึง ว่าจะเข้าร่วมกลุ่มดังกล่าว ออกโรงปฏิเสธ ทั้งส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน และอีก 2 ส.ส.จากพรรคก้าวไกล ทำให้ยอดรวมจริงๆ อาจไม่ถึง 10 คนด้วยซ้ำ แต่เชื่อว่าหวังต้องการตั้งชื่อกลุ่มให้ตรงกับกลุ่ม 16 เดิมในอดีต ที่มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ พรรคชาติพัฒนา กับนายเนวิน ชิดชอบ จากพรรคชาติไทยขณะนั้น เป็นแกนนำ

ขณะที่เป้าหมายภารกิจที่ระบุว่า ต้องการเล่นการเมืองเพื่อปกป้องผลประโยชน์ประชาชน ไม่อยู่ข้างใคร ได้ถูกสวนและโต้กลับจากนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ตรงๆ ว่า ไม่เคยมีการพูดคุยกับกลุ่มพรรคเล็ก เชื่อว่า การนำชื่อไปแอบอ้าง คงเป็นเพียงหวังเพิ่มจำนวนส.ส.ของกลุ่ม เพื่อใช้ในการต่อรองผลประโยชน์เท่านั้น

ยังไม่นับกลุ่ม 20 ส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ ไปสังกัดพรรคใหม่เศรษฐกิจไทย และประกาศจุดยืนอยู่ข้างประชาชนและความถูกต้อง ได้แสดงออกถึง

จุดยืนในการประชุมสภา 2 นัดแรกได้อย่างฮือฮา นัดแรกโหวตสวนรัฐบาล เทคะแนนหนุนร่างกฎหมายเหล้าก้าวหน้า ส่วนนัดที่ 2 แม้ส่วนใหญ่จะแสดงตนเป็นองค์ประชุม แต่สภาก็ไปไม่รอดต้องล่มอยู่ดี

แม้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงกลุ่มยังไม่เลือกฝ่าย จะพยายามโยนกลอง อ้างอีกฝ่ายต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์สภาล่มซ้ำซาก แต่ในทางปฏิบัติ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ต้องมาจากจิตสำนึกความรับผิดชอบร่วมกัน ตามสัดส่วนที่อาจลดหลั่นกันไป

แต่สำคัญ คือไม่สร้างปัญหา ไม่สร้างสถานการณ์ ไม่บีบบังคับหรือกดดันให้อีกฝ่ายต้องเจรจาต่อเรื่องผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น

กลับขึ้นด้านบน