หุ้นเหมืองบิตคอยน์ ฮอตปรอทแตก "กัญชา-กัญชง" เริ่มชะลอตัว

หุ้นเหมืองบิตคอยน์ ฮอตปรอทแตก "กัญชา-กัญชง" เริ่มชะลอตัว

หุ้นเหมืองบิตคอยน์ ฮอตปรอทแตก "กัญชา-กัญชง" เริ่มชะลอตัว

รูปข่าว : หุ้นเหมืองบิตคอยน์ ฮอตปรอทแตก "กัญชา-กัญชง" เริ่มชะลอตัว

หุ้นเหมืองบิตคอยน์สุดร้อนแรง หลังจากสัปดาห์ที่แล้ว ราคาปรับขึ้นไปอย่างโดดเด่น หลังจากนักลงทุนให้มูลค่ากับโมเดลธุรกิจใหม่สูง ขณะที่หุ้นกัญชาและกัญชงเริ่มชะลอความร้อนแรงลงไป

วันนี้ (14 ก.พ.2565) จากกระแสหุ้นกัญชาและกัญชง เมื่อปีที่แล้ว ดูเหมือนว่าจะลดความร้อนแรงไปค่อนข้างมาก หลังจากในปีนี้ หลายบริษัทหันมาลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเหมืองบิตคอยน์ หรือเหมืองเงินดิจิทัลกันเป็นทิวแถว

ไม่รู้ว่าจะมาจากการสาเหตุที่หุ้นบริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ JTS ที่ปรับเพิ่มขึ้นจากปลายปี 2563 จนถึงวันที่ 11 ก.พ.2565 ขึ้นไปถึงประมาณ 14,000 เปอร์เซ็นต์ หรือที่ 140 เด้งเท่านั้นเอง

แม้ว่าล่าสุดวันนี้ จะลดความร้อนแรงลงบ้างจากภาวะตลาดหุ้นไทย เอเชีย และทั่วโลก ที่ไม่ค่อยเอื้อต่อตลาดหุ้นมากนัก ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดยูเครนและรัสเซีย รวมทั้งธนาคารกลางสหรัฐเตรียมขึ้นดอกเบี้ย

สำหรับโมเดลธุรกิจที่ทำให้ราคาหุ้น JTS ขึ้นมาอย่างร้อนแรงมาจากการปรับเปลี่ยนนโยบายไปลงทุนในเหมืองขุดบิตคอยน์ แม้ว่าในปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนของการรอการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นก็ตาม

ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ต้องออกมาสกัดความร้อนแรง เตือนนักลงทุนให้พิจารณาข้อมูลลงทุนอย่างรอบคอบและระมัดระวังลงทุนก่อนซื้อขายหุ้นที่ลงทุนในธุรกิจเหมืองเงินดิจิทัล

จากข้อมูลระบุว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าหุ้นที่ลงทุนในธุรกิจดังกล่าวมีสภาพการซื้อขายในลักษณะเก็งกำไรสูง กล่าวคือราคา มูลค่าการซื้อขาย และอัตราการหมุนเวียนเปลี่ยนมือ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากและต่อเนื่อง

แม้บริษัทจดทะเบียนจะได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า มิได้มีสารสนเทศ หรือพัฒนาการที่สำคัญเพิ่มเติมจากที่เคยแจ้งมาแล้ว เช่น หุ้นของบริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA ราคาเพิ่มขึ้น 89% ด้วยมูลค่าซื้อขายเฉลี่ย 1,970 ล้านบาทต่อวัน

นอกจากรนี้ หุ้นของ JTS ราคาเพิ่มขึ้น 27% ด้วยมูลค่าซื้อขายเฉลี่ย 363 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งเมื่อวันที่ 11 ก.พ.2565 สำนักงาน ก.ล.ต.เตือนผู้ถือหุ้น JTS ให้ไปใช้สิทธิออกเสียงกรณีเข้าลงทุนในธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ โดยที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเห็นว่ามีความเสี่ยงสำคัญที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้

สำหรับการซื้อขายภาคเช้าของวันนี้ ยังคงพบการเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้นของราคา มูลค่าการซื้อขายในอีกหลายหลักทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับการลงทุนในธุรกิจขุดเหมืองเงินดิจิทัล ได้แก่ หุ้น ZIGA ราคาขึ้นไปที่ Ceiling และไม่มีเหลือคำเสนอขาย (offer) ที่ตั้งรอ มูลค่าซื้อขาย 1,850 ล้านบาท

หุ้นของบริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ UPA ราคาเพิ่มขึ้น 23.91% มูลค่าซื้อขาย 1,064 ล้านบาท ขณะที่หุ้นของบริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) หรือ ECF ราคาเพิ่มขึ้น 20.00% มูลค่าซื้อขาย 783 ล้านบาท

และหุ้นของบริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AJA ราคาเพิ่มขึ้น 12.90% มูลค่าซื้อขาย 487 ล้านบาท เป็นต้น ในขณะที่ SET และ mai Index ปรับตัวลดลง 0.77% และ 0.94% ตามลำดับ

ตลท. จึงขอเตือนผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการซื้อขาย โดยขอให้ศึกษาข้อเท็จจริง และความเสี่ยงต่างๆ เกี่ยวกับการลงทุนในธุรกิจขุดเหมืองเงินดิจิทัลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อขาย

นอกจากนี้ ขอให้บริษัทสมาชิกทุกรายกำกับดูแลการซื้อขายและการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและเคร่งครัดเพื่อป้องกันภาวะการเก็งกำไรเกินควร และการส่งคำสั่งซื้อขายที่อาจไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

 

กลับขึ้นด้านบน