ตร.ปทส.จับ 3 ผู้ต้องหา ลอบนำเข้าสัตว์ป่า-หนังเสือ ขายนายทุนไทย

ตร.ปทส.จับ 3 ผู้ต้องหา ลอบนำเข้าสัตว์ป่า-หนังเสือ ขายนายทุนไทย

ตร.ปทส.จับ 3 ผู้ต้องหา ลอบนำเข้าสัตว์ป่า-หนังเสือ ขายนายทุนไทย

รูปข่าว : ตร.ปทส.จับ 3 ผู้ต้องหา ลอบนำเข้าสัตว์ป่า-หนังเสือ ขายนายทุนไทย

ตำรวจ ปทส. จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมสัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี พบลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน มาจำหน่ายให้กับนายทุนในไทย

วันนี้ (16 ก.พ.2565) พล.ต.ท.ปัญญา ปิ่นสุข ผู้บัญชาการประจำ สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ พล.ต.ต.มานะ กลีบสัตบุศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน พร้อมของกลาง ได้แก่

1. นายไมตรี บุญเศรษฐ์ศิริ อายุ 39 ปี ที่อยู่ 17 หมู่ที่ 1 ต.ยางสาว อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์
2. นายดวงดี มูลสามารถ อายุ 32 ปี ที่อยู่ 275 หมู่ที่ 6 ต.ชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ
3. นายเทวิน ไม่มีนามสกุล อายุ 44 ปี (ชาวพม่าเชื้อสายมอญ)

ของกลางมูลค่า 2,200,000 บาท

1. ลูกแมวดาวหรือแมวแกว จำนวน 3 ตัว (ราคาตัวละ 5,000 บาท)
2. หนังเสือโคร่ง จำนวน 1 ผืน ขนาด ยาว 310 ซม. กว้าง 80 ซม. ราคาผืนละ (1,500,000 บาท)
3. หนังเสือลายเมฆ จำนวน 3 ผืน (ราคาผืนละ 100,000 บาท)
   1) ยาว 165 ซม. กว้าง 45 ซม.
   2) ยาว 197 ซม. กว้าง 47 ซม.
   3) ยาว 139 ซม. กว้าง 40 ซม.
4. หนังเสือดาวหรือเสือดำ จำนวน 2 ผืน (ราคาผืนละ 200,000 บาท)
   1) ยาว 203 ซม. กว้าง 58 ซม.
   2) ยาว 201 ซม. กว้าง 56 ซม.
รวมสัตว์ป่าคุ้มครองและซากสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งสิ้นจำนวน 4 ชนิด 3 ตัว 6 ซาก รวมราคาประเมินของกลาง จำนวน 2,200,000 บาท

อุปกรณ์การกระทำความผิด

1. กล่องกระดาษ จำนวน 1 กล่อง (ราคากล่องละ 50 บาท)
2. ตะกร้าใส่สัตว์ จำนวน 1 ใบ (ราคาใบละ 200 บาท)
3. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ oppo (ของนายไมตรี บุญเศรษฐ์ศิริ) (ราคาเครื่องละ 7,000 บาท)

ราคาประเมินอุปกรณ์การกระทำผิด 7,250 บาท รวมราคาประเมินของกลางและอุปกรณ์จำนวนทั้งสิ้น 2,207,250 บาท

เจ้าหน้าที่ล่อซื้อหนังเสือ

ตำรวจทราบข้อมูลว่า ที่หมู่บ้านซองกาเลีย อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี มีการนำหนังเสือและชิ้นส่วนของสัตว์ป่าอื่น ๆ จากประเทศเพื่อนบ้านมาเก็บไว้ เพื่อจำหน่ายให้กับนายทุน จึงวางแผนให้สายลับทำการติดต่อขอซื้อสัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่า

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา สายลับได้ทำการโอนเงินเข้าบัญชี จำนวน 20,000 บาท และนัดหมายรับสินค้าที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.สังขละบุรี จึงเข้าไปทำการตรวจสอบที่รีสอร์ตดังกล่าว พบผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด จึงทำการจับกุม พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อหา กระทำความผิดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 17 ใน ข้อหาร่วมกันมีสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของ สัตว์ป่าคุ้มครอง ไว้ใน ครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และมาตรา 29 ในข้อหาร่วมกันค้าสัตว์ป่าคุ้มครองและซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี  อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

หากพบพยานหลักฐานว่ามีการนำสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่า(เสือ) ซึ่งเป็นสัตว์ควบคุมลักลอบเข้ามาจากต่างประเทศอาจเป็นความผิดในข้อหา นำเข้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์ป่าควบคุม (สัตว์ไซเตส) ซากสัตว์ป่าดังกล่าว โดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 23

ส่วนนายเทวิน ถูกแจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เพิ่มอีกส่วนหนึ่ง

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน