เปิดเกมซักถามข้อเท็จจริง "ชลน่าน" ชี้วิกฤตประเทศ "แพงจนพังทั้งแผ่นดิน"

เปิดเกมซักถามข้อเท็จจริง "ชลน่าน" ชี้วิกฤตประเทศ "แพงจนพังทั้งแผ่นดิน"

เปิดเกมซักถามข้อเท็จจริง "ชลน่าน" ชี้วิกฤตประเทศ "แพงจนพังทั้งแผ่นดิน"

รูปข่าว : เปิดเกมซักถามข้อเท็จจริง "ชลน่าน" ชี้วิกฤตประเทศ "แพงจนพังทั้งแผ่นดิน"

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้าน ลุกขึ้นแถลงญัตติเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี ชี้วิกฤตประเทศ "แพงจนพังทั้งแผ่นดิน" ระบุเหตุของปัญหาทั้งหมดเกิดจากวิกฤตการเมือง แนะทางออกให้นายกฯ ลาออกหรือยุบสภาฯ เพื่อแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด

วันนี้ (17 ก.พ.2565) เวลา 09.00 น. ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เปิดประชุมการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ญัตติที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน 173 คน ร่วมลงชื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรจะมีขึ้นเป็นวันแรก 

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ลุกขึ้นแถลงญัตติเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยระบุว่า ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนเข้าทำนอง "ข้าวของแพง ค่าแรงถูก" ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารราชการแผ่นดินที่ล้มเหลวของรัฐบาล รวมกับปัญหา COVID-19 ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 


การจัดหาวัคซีนล่าช้า ไร้ประสิทธิภาพ เกิดการแพร่ระบาดโรคในสัตว์ ทำให้หมูขาดตลาดและราคาสูงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่รัฐบาลกลับปกปิดข้อมูลการระบาด จนทำให้กระจายไปทั่วประเทศ กระทบเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรทั้งประเทศ และมีข้อมูลว่ามีการเอื้อประโยชน์ต่อนายทุนใหญ่ สินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ก็ปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยรัฐบาลไม่มีมาตรการควบคุมและแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ที่รัฐบาลไม่มีมาตรการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมจนเกิดเป็นปัญหาซ้ำซากทุกปี รวมถึงกรณีเหมืองทองอัคราฯ และการแก้ปัญหาการประมงที่ล้มเหลว ปัญหาทั้งหมดไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากรัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ทั้งไทยยังพบความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากความไม่พร้อมของนายกฯ ที่ไม่เตรียมการพัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน

สถานการณ์ขณะนี้เป็นวิกฤตของประเทศ ที่ต้องระดมความคิดเห็นและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และเร่งชดเชยเยียวยาเกษตรกรรวมถึงประชาชนจากโรคระบาดและการปรับขึ้นของราคาสินค้า


นพ.ชลน่าน ย้ำว่า รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินทำให้เกิดวิกฤต แพงทั้งแผ่นดิน จนทั้งแผ่นดิน พังทั้งแผ่นดิน หรือสรุปสั้น ๆ คือ "แพงจนพังทั้งแผ่นดิน" ซึ่งเป็นความผิดพลาดด้านการบริหารต้นทุนการผลิตจนทำให้เกิดเงินฝืด ราคาเฟ้อ "อย่าเข้าใจผิดว่าเงินเฟ้อ แปลว่า เศรษฐกิจดี"

ต่างประเทศเป็นเรื่องของดีมานด์ ต้องการจับจ่ายใช้สอยทำให้เฟ้อ แต่ไทยเฟ้อเพราะไม่มีเงินไปซื้อ เนื่องจากหลายคนต้องตกงานเพราะ COVID-19 จากการใช้มาตรการที่ผิดพลาดของรัฐบาลด้วยการล็อกดาวน์ รวมถึงการเงินของประเทศก็ไม่เอื้อต่อการลงทุน ผู้ประกอบการรายย่อยต้องล้มหายตายจากไป จนนำไปสู่คำว่า "แพงจนพังทั้งแผ่นดิน"

เหตุของปัญหาทั้งหมดเกิดจากวิกฤตทางการเมือง การเข้าสู่อำนาจของนายกฯ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ตัวรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นผลพวงจากการสืบทอดอำนาจ นายกฯ อาจไม่รู้ตัว ท่านคือตัวปัญหา จนสร้างปัญหาแพงจนพังทั้งแผ่นดิน


นพ.ชลน่าน ทิ้งท้ายว่า หยุดทรมานประชาชน สร้างโอกาสให้ทุกคนลืมตาอ้าปากได้ ด้วยการประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุดให้ ครม.ชุดใหม่เข้ามา หรือ คืนอำนาจให้ประชาชน ด้วยการยุบสภาฯ ก็จะช่วยแก้ปัญหาแพงจนพังทั้งแผ่นดินได้ในที่สุด 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายค้านระบุเปิดประเด็นเศรษฐกิจปากท้อง วิปรัฐบาลมั่นใจแต่วาทกรรม

จับตา! อภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ นายกฯ พร้อมตอบข้อซักถามฝ่ายค้าน

"ขอให้สู้เต็มที่-สามัคคีกัน" นายกรัฐมนตรี ปลุกใจศึกซักฟอก

 

กลับขึ้นด้านบน