"สุรเชษฐ์" แนะใช้ระบบ "ตั๋วร่วม-ค่าโดยสารร่วม" ลดภาระเดินทางประชาชน

"สุรเชษฐ์" แนะใช้ระบบ "ตั๋วร่วม-ค่าโดยสารร่วม" ลดภาระเดินทางประชาชน

"สุรเชษฐ์" แนะใช้ระบบ "ตั๋วร่วม-ค่าโดยสารร่วม" ลดภาระเดินทางประชาชน

รูปข่าว : "สุรเชษฐ์" แนะใช้ระบบ "ตั๋วร่วม-ค่าโดยสารร่วม" ลดภาระเดินทางประชาชน

"สุรเชษฐ์" แนะใช้ระบบค่าโดยสารร่วมตั๋วรว่ม ลดภาระเดินทางประชาชน เน้นอุดหนุนรถเมล์ช่วยเหลือประชาชนรายได้น้อย จับตาต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว

วันนี้ (17 ก.พ.2565) นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.ก้าวไกล อภิปรายเรื่องค่าเดินทางแพงทั้งน้ำมัน ขนส่งสาธารณะ โดยราคาแพงตั้งแต่ปี 2562 -2565 ราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มสูงกว่า 94 % โดยต้นทุนเนื้อน้ำมันอยู่ที่ 40 % ซึ่งรัฐสามารถจัดการได้ และค่าทางด่วนก็มีราคาแพงโดยคิดเป็นท่อน ๆ และยังมีค่าแกล้งโง่ รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะที่มีราคาแพงโดยเฉพาะการเดินทางหลายต่อ

 

ขณะที่รถโดยสารประจำทางปี 2534 ค่าโดยสาร 3.5 บาท ปี 2564 ค่าโดยสาร 8 บาท โดยขึ้นราคาแต่ไม่พัฒนาการให้บริการ โดยละเลยรถเมล์ ขณะที่รถไฟฟ้ามีการคิดค่าแรกเข้าใหม่กรณีเปลี่ยนสายจึงทำให้มีค่าเดินทางแพง ดังนั้นการเดินทางในกรุงเทพฯทั้งแพงและนาน

ขณะที่กรณีใช้รถยนต์ส่วนตัวมีปัญหารถติด และค่าทางด่วนที่แพง โดยเปรียบเทียบกับผู้ที่มีรายได้ 15,000 บาท จะมีภาระค่าเดินทางที่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ หรือ โดยรถยนต์ส่วนตัว

นายสุรเชษฐ์ ยังกล่าวว่า พรรคก้าวไกลเสนอระบบขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน โดยรัฐต้องอุดหนุนระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น โดยอุดหนุนอย่างสมเหตุสมผล และควรอุดหนุนรถเมล์ ซึ่งรองรับผู้ใช้ 1 ล้านคนต่อวัน ที่ผ่านมารัฐบาลอุดหนุน 2,200 ล้านบาทต่อปี (6 บ./คน/เที่ยว) ขณะที่หากเทียบกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง รองรับผู้ใช้บริการ 55,000 คนต่อวัน รัฐบาลอุดหนุน 2,900 ล้านบาทต่อปี (147 บ./คน/เที่ยว) ขณะที่ผู้ใช้บริการรถเมล์คือผู้มีรายได้น้อย ดังนั้นควรเน้นการอุดหนุนรถเมล์

 

ทั้งนี้ ได้เสนอทางแก้คือ ตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม โดยตั๋วร่วมนั้น รถไฟฟ้สายสีเขียวต้องร่วมด้วยเนื่องจากเป็นสายหลักที่สำคัญและใช้ระบบค่าโดยสารร่วมราคา 8 - 45 บาท โดยรถเมล์ร่วมกับรถไฟฟ้าไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน โดยระบบรถเมล์จะมีค่าโดยสารอยู่ที่ 8-25 บาท ค่าแรกเข้า 8 บ. ค่าระยะทาง 1 บ./ กม.สูงสุดไม่เกิน 25 บ. และระบบรถไฟฟ้าอยู่ที่ 15 -45 บาท ค่าแรกเข้า 15 บ. ค่าระยะทาง 2บ./กม. สูงสุดไม่เกิน 45 บ. กรณีข้ามสายหากอยู่ในระบบ ให้ยกเว้นค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน และกรณีข้ามระบบให้ยกเว้นค่าแรกเข้ารถเมล์ และสูงสุดไม่เกิน 45 บ.

นายสุรเชษฐ์ ยังกล่าวถึง ค่าแกล้งโง่ สัมปทานทางด่วน โดยมีการเจรจายอมความ ยกเลิกข้อพิพาทแลกสัมปทาน 15 ปี 8 เดือน รัฐสูญเสียรายได้ 166,204 ล้านบาท 

นอกจากนี้ กรณีสัมปทานรถไฟฟ้สายสีเขียว ที่ใช้ระบบที่ใหญ่ลากยาวเกินความจำเป็น (ความจุ 50,000 คน/ชม./ทิศทาง) ส่วนต่อขยาย 2 ส่วน กทม.อุดหนุน 1 ได้ แต่ส่วนต่อ ขยาย 2 กทม.อุดหนุนไม่ไหว รวมถึงกรณีใช้ ม.44 ไปเจรจา (เม.ย.62) โดยสัมปทานเดิมเหลืออีก 7 ปี จะต่อให้อีก 30 ปี และ ราคาค่าโดยสาร 65 บ.มีราคาแพงและชี้แจงไม่ได้ ขณะที่กำไรจากท่อนไข่แดง (หมดสัมปทานปี 2572 ) ปีละเท่าไหร่ ซึ่งไม่มีการเปิดเผย 

กลับขึ้นด้านบน