ขยายผลนายทุนข้ามชาติ "ใบสั่งเสือ" ชายแดน

ขยายผลนายทุนข้ามชาติ "ใบสั่งเสือ" ชายแดน

ขยายผลนายทุนข้ามชาติ "ใบสั่งเสือ" ชายแดน

รูปข่าว : ขยายผลนายทุนข้ามชาติ "ใบสั่งเสือ" ชายแดน

กรมอุทยานฯ-บก.ปทส.เร่งขยายผลคดีล่อซื้อหนังเสือโคร่ง เสือดาว รวมทั้งลูกแมวดาวได้ในพื้นที่อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พบโพยใบสั่ง ราคาสินค้าสัตว์ป่า เชื่อมีนายทุนขบวนการค้าสัตว์ป่าในไทย-เมียนมา ขณะที่คดีลอบล่าเสือ 10 ปีพบ 44 คดี

กรณีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน พร้อมซากหนังเสือโคร่ง เสือดาว รวมทั้งลูกแมวดาวอีก 3 ตัวได้ในในรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ไม่ไกลจากชายแดนไทย-เมียนมา

วันนี้ (23 ก.พ.2565) นายนุวรรต ลีลาพตะ รองหน.ชุดปฏิบัติการเหยี่ยวดง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า คดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ยึดโพยใบสั่ง หรือบัญชีซื้อขายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่าคุ้ม ครอง ที่มีตัวเลขราคา ข้อมูลการแบ่งชำระ ระหว่างขบวนการค้าเสือกับสายลับ

จากผู้ต้องหาคนไทย 2 คน และชายชาวเมียนมาเชื้อสายมอญ 1 คน พร้อมของกลางลูกแมวดาว 3 ตัว หนังเสือโคร่ง 1 ผืน หนังเสือลายเมฆ 3 ผืน และหนังเสือดาว 2 ผืน  

เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า ใช้เวลาติดตามขบวนการค้าเสือกลุ่มนี้นานกว่า 1 เดือน ตัวเลขในโพยใบสั่งซื้อที่ระบุว่า 1 ใหญ่หมายถึง หนังเสือโคร่งผืนใหญ่ ราคา 1.8 ล้านบาท 5 เล็ก คือ หนังเสือขนาดรองลงมา ราคาผืนละ 530,000 บาท 3 ลูกคือ ลูกแมวดาว ตัวละ 640,000 บาท รวมมูล่า 6,370,000 บาท มีเนื้อหาระบุการจ่ายมัดจำ และรับเงินสดส่วนคงค้างเมื่อรับส่งสินค้าทั้งหมด

เชื่อมีนายทุนข้ามชาติชายแดน

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ของกลางหนังเสือ และลูกแมวดาว 3 ตัว เป็นเพียงสินค้าบางส่วนในล็อตการสั่งซื้อเท่านั้น เนื่องจากผู้ขายยังไม่เชื่อใจ และอยู่ระหว่างนัดเจรจารับสินค้าล็อตใหญ่

ข้อมูลจากสายลับ และเนื้อหาโพยใบสั่งดังกล่าวทำให้เชื่อได้ว่า ยังมีสัตว์ป่าและซากสัตว์ป่าคุ้มครองอีกจำนวนหนึ่งในโกดังเก็บสินค้า ไม่มีเลขที่ละแวกเดียวกัน ตามข้อมูลสืบสวนพบเป็นของกลุ่มนายทุนขบวนการค้าสัตว์ป่าที่เกี่ยวพันกับทหารระดับนายพล ของกลุ่มชาติพันธุ์ชายแดนไทย-เมียนมา และคนไทยผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

ส่วนที่ตั้งโกดังต้องสงสัย แม้จะอยู่ในเขตประเทศไทย แต่การขยายผลเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ต้องใช้หลักฐานการสืบสวนอย่างรัดกุม ซากเสือโคร่งที่ตรวจยึดได้ อยู่ระหว่างกรมอุทยานฯ ตรวจสอบสายเสือและดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบความเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลเสือโคร่งในไทย

คดีเสือ 10 ปี 44 คดียึดเสือมีชีวิต 49 ตัว 89 ซาก

ข้อมูลจากองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF)  ระบุว่า การลักลอบล่าเพื่อค้าชิ้นส่วนเป็นภัยคุกคามต่อเสือมากที่สุด ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา เสือโคร่งได้สูญพันธุ์ไปแล้วในกัมพูชา ลาวและเวียดนาม ส่วนที่มาเลเซียกับเมียนมา มีแนวโน้มลดลง

ขณะที่ประเทศไทย พบประชากรเสือโคร่งในผืนป่าธรรมชาติ จากการสำรวจผ่านกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ จำนวน 145 ถึง 177 ตัว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่พบเสือโคร่งประมาณ 160 ตัว ตั้งแต่ปี 2555-2565 กรมอุทยานฯ รายงานการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับเสือ 44 คดี ผู้ต้องหา 48 คน ในจำนวนคดีทั้งหมดนี้ ยึดเสือได้ 49 ตัว 89 ซาก ชิ้นส่วนอวัยวะมากกว่า 1,000 ซาก คดีเกือบทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.ปทส.จับ 3 ผู้ต้องหา ลอบนำเข้าสัตว์ป่า-หนังเสือ ขายนายทุนไทย

 

 

กลับขึ้นด้านบน