ย้อนประวัติ "ปูติน" มองแนวคิดหวนคืน “สหภาพโซเวียต”

ย้อนประวัติ "ปูติน" มองแนวคิดหวนคืน “สหภาพโซเวียต”

ย้อนประวัติ "ปูติน" มองแนวคิดหวนคืน “สหภาพโซเวียต”

รูปข่าว : ย้อนประวัติ "ปูติน" มองแนวคิดหวนคืน “สหภาพโซเวียต”

"วลาดิเมียร์ ปูติน" ต้องการนำสหภาพโซเวียตให้กลับมารุ่งเรื่องอีกครั้ง อาจไม่ใช่เพียงคำกล่าวหาของสื่อตะวันตก หากย้อนกลับไปมองบทบาท และท่าทีของผู้นำรัสเซียจะเข้าใจถึงแนวคิดนำความยิ่งใหญ่ของโซเวียตกลับมา

22 ก.พ.2022 หลัง "วลาดิเมียร์ ปูติน" ประธานาธิบดีรัสเซีย แถลงผ่านโทรทัศน์ทั่วประเทศย้ำยูเครน ไม่ใช่แค่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นส่วนที่แยกไม่ได้ในทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และพื้นที่จิตวิญญาณส่วนหนึ่งของรัสเซีย ผู้นำรัสเซียได้พบกับประธานาธิบดี อาเซอร์ไบจาน ชาติอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียด และย้ำว่า รัสเซียไม่ได้ต้องการหวนคืนจักรวรรดิรัสเซีย

ขอพูดตรงนี้เลย การไปเดากันว่า รัสเซียมีแผนที่จะฟื้นอาณาจักร ในอาณาเขตของจักรวรรดิ (รัสเซีย) ไม่จริงเลย


ขณะที่ถ้อยแถลงดังกล่าว ดูจะขัดกับท่าทีและคำพูดของผู้นำรัสเซีย อดีตสายลับ KGB ของสหภาพโซเวียต

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1952 "วลาดีมีร์ วลาดีมีโรวิช ปูติน" เกิดที่เลนิกราด จากนั้นไม่ถึง 10 ปี หลังสหภาพโซเวียดชนะสงครามโลกครั้งที่สอง เขาได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ และยุคทองของสหภาพโซเวียต ชาติผู้นำการพัฒนาทางเทคโนโลยีอวกาศ และอาวุธยุทโธปกรณ์ ท่ามกลางความสงบสุข และความเจริญรุ่งเรือง

ภาพ : Stasi Records Agency (BStU)

ภาพ : Stasi Records Agency (BStU)

 

ภาพ : Stasi Records Agency (BStU)

ภาพ : Stasi Records Agency (BStU)


หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเลนินกราด ปูตินตามฝัน เข้าประจำการหน่วยข่าวกรองสายลับ KGB และไปประจำการที่เดรสเดน เยอรมนีตะวันออกที่เขาเคยระบุว่า "เป็นสวรรค์ของ KGB"

ไม่กี่วัน หลังกำแพงเบอร์ลินล่มสลาย ไม่เพียงเป็นจุดจบของคอมมิวนิสต์ในเยอรมนี แต่เปลี่ยนชีวิตของ อดีตสายลับ KGB

“Moscow is silent” มอสโกเงียบงัน คือ คำตอบผ่านสายโทรศัพท์ จากกองบัญชาการหน่วยรถถังกองทัพแดงของโซเวียต ถึงสำนักงานใหญ่ของ KGB ในเดรสเดน หลังปูตินขอความช่วยเหลือ

ภาพ : Stasi Records Agency (BStU)

ภาพ : Stasi Records Agency (BStU)


ประโยคที่เปลี่ยนชีวิต อดีตสายลับ KGB จนมีคำกล่าวว่า หากต้องการทำความเข้าใจปูติน ต้องเข้าใจคำคืนที่ไร้เสียงตอบรับจากมอสโก

เอกสารทุกอย่างถูกเผาทำลาย ปูติน เดินทางกลับ เลนิกราด ที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ท่ามกลางสถานการณ์ที่สหภาพโซเวียตใกล้ล่มสลาย ภายใต้การบริหารของ "มิคาอิล กอร์บาชอฟ"

25 ธ.ค.1991 กอร์บาชอฟ ประกาศลาออก หลังความล้มเหลวของการปฏิรูปประเทศ นำไปสู่การแยกตัว ตั้งรัฐเอกราชใหม่ 15 รัฐ และการล่มสลาย ของสหภาพโซเวียต

ปูติน เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อรัสเซีย เล่าถึงความยากลำบาก หลังการล่มสลายของโซเวียตว่า เขาต้องไปขับรถแท็กซี่เพื่อหาเลี้ยงชีพ ก่อนจะเริ่มงานสายการเมืองในสมัยประธานาธิบดี บอรีส เยลต์ซิน แม้ผลงานไม่ได้โดดเด่น แต่จับพลัดจับผลูได้รับการแต่งตั้งเป็นรักษาการนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่นั้นมาปูตินก็กุมตำแหน่งประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรีของรัสเซียมาอย่างต่อเนื่อง

ในระหว่างการแถลงประจำปี 2005 โลกตะวันตกจับตา เมื่อ ปูติน กล่าวถึงการล่มสลายของสหภาพโซเวียดว่า "เป็นหายนะของภูมิศาสตร์การเมืองโลก"

อย่างแรกเลย เราต้องยอมรับว่าการล่มสลายของสหภาพโซเวียต เป็นหายนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของภูมิศาสตร์การเมืองในศตวรรษ และนี่เป็นเรื่องเศร้าของชาวรัสเซีย เพื่อนร่วมชาติหลายสิบล้านคน ต้องอยู่นอกดินแดนรัสเซีย

ไม่ได้ปิดบัง แต่ย้ำหลายครั้งผ่านการกระทำ และคำพูดว่าต้องการเปลี่ยนแปลง แก้ไขประวัติศาสตร์การล่มสลายของสหภาพโซเวียต ซึ่งการนำความยิ่งใหญ่ของโซเวียตกลับคืนมา มีทั้งเพลงชาติ ตราสัญลักษณ์โซเวียต และชัยชนะหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นข้อพิสูจน์

แม้จะออกมาปฎิเสธว่า ไม่ได้ต้องการนำจักรวรรดิรัสเซียกลับคืนมา แต่ท่าทีต่อยูเครน และอดีตชาติสมาชิกโซเวียต กำลังย้ำว่า มอสโกในสมัยของปูตินจะไม่เงียบงัน

ชลัญธร โยธาสมทุร ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส 

 

กลับขึ้นด้านบน