ยูเครนเผยรัสเซียเคลื่อนพลเข้าใกล้ใจกลาง "กรุงเคียฟ"

ยูเครนเผยรัสเซียเคลื่อนพลเข้าใกล้ใจกลาง "กรุงเคียฟ"

ยูเครนเผยรัสเซียเคลื่อนพลเข้าใกล้ใจกลาง "กรุงเคียฟ"

รูปข่าว : ยูเครนเผยรัสเซียเคลื่อนพลเข้าใกล้ใจกลาง "กรุงเคียฟ"

สหภาพยุโรปหารือเพื่อออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียระลอกใหม่ หลังจากผู้นำยูเครนระบุว่าการเดินหน้าบุกโจมตีของรัสเซียสะท้อนให้เห็นว่ามาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกยังไม่เพียงพอ ขณะที่กระทรวงกลาโหมยูเครนเผยกองทัพรัสเซียเคลื่อนกำลังพลเข้าใกล้ใจกลางเมืองหลวง

วันนี้ (25 ก.พ.2565) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า สัญญาณเตือนภัยการโจมตีทางอากาศดังขึ้นทั่วกรุงเคียฟของยูเครยนอีกครั้ง ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเข้าสู่วันที่ 2 ของปฏิบัติการโจมตียูเครนของกองทัพรัสเซีย ก่อนมีรายงานว่าเกิดระเบิดขึ้นอย่างน้อย 3 ครั้งในเมืองหลวง ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด

ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยยูเครน ระบุว่า กองทัพรัสเซียพุ่งเป้าโจมตีพื้นที่ของพลเรือนอย่างน้อย 33 จุดในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ด้านกระทรวงกลาโหมยูเครน ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ทหารรัสเซียได้เคลื่อนกำลังเข้ามาในพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงเคียฟ ซึ่งอยู่ห่างจากอาคารรัฐสภายูเครน ใจกลางเมืองหลวง ประมาณ 9 กิโลเมตรแล้ว นอกจากนี้ยังได้ร้องขอให้ชาวเมืองช่วยกันผลิตระเบิดเพลิงเพื่อใช้ตอบโต้ทหารรัสเซีย และขอให้ชาวเมืองคนอื่นๆ หลบภัยอยู่ในบ้านพัก

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีชาวยูเครน รวมถึงผู้หญิงและเด็ก อพยพหนีภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรวมถึงโปแลนด์ ประชาชนจำนวนมากต้องเข้าไปอาศัยอยู่ภายในสถานีรถไฟ เพื่อรอเดินทางต่อไปยังเมืองต่างๆ ด้านเยอรมนีเสนอให้การสนับสนุนโปแลนด์และประเทศยุโรปตะวันออกอื่นๆ ที่ต้องเผชิญกับคลื่นผู้อพยพ

ขณะที่โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ระบุว่า การที่รัสเซียเดินหน้าบุกยูเครน แสดงให้เห็นว่ามาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของชาติตะวันตกยังไม่เพียงพอ และการโจมตีในกรุงเคียฟรุนแรงเทียบเท่ากับสมัยที่กองทัพนาซีของเยอรมนีโจมตีเมืองหลวงของยูเครน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 1941 ก่อนที่ประธานคณะมนตรียุโรปจะออกมาระบุว่า สหภาพยุโรปอยู่ระหว่างการเตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียระลอกใหม่

อังกฤษชี้ทหารรัสเซียเสียชีวิตกว่า 450 นาย

รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ ระบุว่า รัสเซียตั้งใจที่จะยึดยูเครนทั้งประเทศ แต่กองทัพรัสเซียล้มเหลวในวันแรก โดยสูญเสียทหารไปมากกว่า 450 นาย นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า อังกฤษพยายามผลักดันให้ชาติพันธมิตรตัดรัสเซียออกจากระบบการเงินระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ อังกฤษสั่งห้ามสายการบินรัสเซียบินเข้าน่านฟ้าของประเทศ และสายการบินบริติช แอร์เวย์ ประกาศหลีกเลี่ยงการบินผ่านน่านฟ้ารัสเซีย รวมทั้งยกเลิกเที่ยวบินไปกรุงมอสโก ก่อนที่รัสเซียจะตอบโต้ด้วยการสั่งห้ามเที่ยวบินอังกฤษเข้าน่านฟ้ารัสเซีย

ด้านอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี ระบุว่า กำลังติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และมีความกังวลต่อเหตุการณ์บุกโจมตียูเครนในครั้งนี้ พร้อมทั้งระบุว่า ไอซีซีอาจสอบสวนปฏิบัติการดังกล่าวในฐานะการก่ออาชญากรรมสงคราม

ที่มา : AP, APF, Reuters, CNN, BBC

 

อ่านข่าวอื่นๆ

สถานทูต ณ กรุงวอร์ซอ ตั้งศูนย์ช่วยคนไทยในยูเครน (เมืองลวิฟ)

"ปูติน" ระบุจำเป็นต้องบุกยูเครน-ทั่วโลกประณามรัสเซียต้องรับผิดชอบ

ย้อนประวัติ "ปูติน" มองแนวคิดหวนคืน “สหภาพโซเวียต”

 

กลับขึ้นด้านบน