ลูกสาวกังขา! "ไม่ใช่แม่ตัวเองก็ขำได้" หมอโพสต์คลิป Tiktok ล้อเลียนคนไข้

ลูกสาวกังขา! "ไม่ใช่แม่ตัวเองก็ขำได้" หมอโพสต์คลิป Tiktok ล้อเลียนคนไข้

ลูกสาวกังขา! "ไม่ใช่แม่ตัวเองก็ขำได้" หมอโพสต์คลิป Tiktok ล้อเลียนคนไข้

รูปข่าว : ลูกสาวกังขา! "ไม่ใช่แม่ตัวเองก็ขำได้" หมอโพสต์คลิป Tiktok ล้อเลียนคนไข้

ลูกสาวกังขา แม่ป่วยไปหาหมอ กลับมาพบกลายเป็นคอนเทนต์ละครสมมติของหมอในแอปพลิเคชัน Tiktok ท่ามกลางคอมเมนต์ชาวโซเชียลต่อว่าแม่ที่ตอบคำถามหมอไม่ได้ ทั้งที่ไม่สบายจนต้องเข้าโรงพยาบาลตอนตี 3

วันนี้ (28 ก.พ.2565) ไทยพีบีเอสออนไลน์ ได้รับร้องเรียนจากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ กรณีหมอใช้แอปพลิเคชัน TikTok ทำคอนเทนต์ล้อเลียนคนไข้ โดยระบุว่า แม่ป่วยหลายโรครุมเร้า แต่คืนหนึ่งแม่เกิดไม่สบาย โดยมีอาการไข้สูงและอาเจียนช่วงประมาณ 03.00 น. หลังจากที่เดินทางไปโรงพยาบาลใกล้บ้านพบว่า ญาติไม่สามารถเข้าไปด้วยได้เนื่องจากมาตรการป้องกัน COVID-19 ทำให้แม่ต้องเข้าไปกับหมอเพียงลำพัง

หลังจากนั้น แม่ก็ได้รับการรักษาก่อนที่เช้าวันต่อมา แม่จะมาเล่าให้ฟังว่า หมอถามอะไรบ้าง และแม่ตอบไปว่าอะไรบ้าง ผ่านไปไม่ถึง 1 วัน ก็มีเพื่อนส่งข้อความมาสอบถามว่า คลิปคอนเทนต์ TikTok ของหมอคนนี้ ใช่เรื่องของแม่ตนเองหรือไม่ ทำให้ตัวเองเข้าไปตรวจสอบดู พบว่า เป็นเรื่องราวเดียวกันกับที่แม่เล่าให้ฟัง

แม่ป่วยหลายโรค หมอถามว่าเป็นอะไรมา แม่ก็ตอบไม่ถูก บอกว่าป่วยหลายโรค แต่เคยรักษากับหมอคนนี้ ก็บอกชื่ออาจารย์หมอไป คิดว่าเขาจะได้ค้นประวัติรักษาง่าย ๆ แต่หมอกลับบอกว่า นี่ตี 3 แล้วจะไปถามอาจารย์ที่ไหน นี่คือสิ่งที่แม่เล่า และเหมือนกับคอนเทนต์ใน TikTok ที่เพื่อนส่งมา

หญิงสาวคนนี้ ยอมรับว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากมีการเผยแพร่คลิปไป ส่งผลให้มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้คลิปนั้นจำนวนมาก โดยบางส่วนบอกว่า ถ้าอาจารย์หมอตายแม่จะขึ้นไปถามบนสวรรค์ไหม บางคนบอกว่า เรื่องของตัวเองก็จำไม่ได้ หรือบางส่วนก็คอมเมนต์ว่า คนไข้แบบนี้น่ารำคาญ

เราอ่านแล้วเสียใจมาก คุณดูคลิปแล้วอาจจะขำกับคอนเทนต์ของหมอ เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นกับแม่ของคุณหรือเปล่า แม่เราป่วย มาหาหมอห้องฉุกเฉินตอนตี 3 ไม่คิดว่าจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ 

 


ทั้งนี้ หญิงสาวคนนี้ตั้งคำถามว่า การทำคลิปลง TikTok ในลักษณะนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามระเบียบของแพทย์หรือไม่ แม้จะไม่ได้บอกชื่อของคนไข้ แต่หากคนไข้มาเห็นต้องรู้ได้แน่นอนว่าเป็นเรื่องราวของตนเอง และจะรู้สึกเช่นไร จะกระทบกับอาการป่วยโรครุมเร้าต่าง ๆ หรือไม่ จึงต้องการให้หมอคนดังกล่าวรู้ตัวว่าการทำเช่นนี้กระทบต่อความรู้สึกของคนไข้และญาติมาก และขออย่าทำคลิปหรือคอนเทนต์เช่นนี้อีก

ถ้าหมอจะเล่าเรื่องคนไข้มาเป็นกรณีศึกษาแล้วมีคำแนะนำทางการแพทย์เราไม่เคยว่าเลย เราก็เป็นแฟนคลับหมอหลายคนใน TikTok แต่ถ้าหมอเอาเรื่องคนไข้มาล้อเลียน หรือแสดงละครสมมติแบบนี้ ขอร้องอย่าทำอีกเลย

โซเชียลวิจารณ์หมอเล่าเรื่องคนไข้-คนคอมเมนต์สนุก

สำหรับการสร้างคอนเทนต์ของแพทย์ในแอปพลิเคชัน TikTok เริ่มเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างในสื่อสังคมออนไลน์มากยิ่งขึ้น โดยหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า หมอเล่าเรื่องคนไข้ในทวิตเตอร์เก่งมาก คนรีทวีตหลายหมื่นครั้ง ปล่อยให้คนในอินเทอร์เน็ตรุมแสดงความคิดเห็นต่อว่าคนไข้กัน ผู้ใช้ทวิตเตอร์บางคน ระบุว่า คนไข้คงไม่กล้าเล่าเรื่องตัวเองเพราะกลัวจะมาเห็นคอนเทนต์ตัวเองในโซเชียล หรือบางคนตั้งข้อสงสัยว่า การเล่าเรื่องคนไข้แบบนี้ได้ขออนุญาตคนไข้มาแล้วหรือยัง


ไม่ใช่เพียงเท่านั้น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผู้ใช้ TikTok รายหนึ่ง ที่สร้างคอนเทนต์เหมือนเป็นสูตินรีแพทย์ ซึ่งเป็นคลิปที่ระบุข้อความว่า “เด็กดื้อต้องโดนอะไรน้า” ก่อนจะบอกว่า “โดนแหกยังไงละะะ” พร้อมโชว์อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับถ่างขยายช่องคลอด จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ออกมาเตือนว่า นิสิต นักศึกษาแพทย์ รวมผู้ซึ่งจบแพทยศาสตรบัณฑิต จากต่างประเทศ ควรใช้ความระมัดระวังในการใช้สื่อสังคมกรณีที่อาจจะนำไปสู่ความเสื่อมเสียของเกียรติศักดิ์ และวิชาชีพในอนาคตได้ ขณะที่โรงพยาบาลแจ้งว่า ได้มีการตักเตือน และให้แพทย์คนดังกล่าวโพสต์ขอโทษต่อเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม การสร้างคอนเทนต์หรือสร้างตัวตนในโลกออนไลน์พบเห็นได้ในทุกวงการ แต่สิ่งที่ยังเป็นคำถามคือ การนำคอนเทนต์จากคนอื่นมาสร้างเป็นเรื่องราวล้อเลียน หรือทำให้เป็นเรื่องตลก เป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องราวของคนไข้ซึ่งควรจะเป็นความลับทางการแพทย์

กลับขึ้นด้านบน