ศูนย์วิจัยทองคำ ระบุสงครามและราคาน้ำมันดันทอง มี.ค. พุ่งนิวไฮ

ศูนย์วิจัยทองคำ ระบุสงครามและราคาน้ำมันดันทอง มี.ค. พุ่งนิวไฮ

ศูนย์วิจัยทองคำ ระบุสงครามและราคาน้ำมันดันทอง มี.ค. พุ่งนิวไฮ

รูปข่าว : ศูนย์วิจัยทองคำ ระบุสงครามและราคาน้ำมันดันทอง มี.ค. พุ่งนิวไฮ

ศูนย์วิจัยทองคำ ระบุราคาทองคำเดือน มี.ค.2565 ปรับเพิ่มขึ้นทำนิวไฮ จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ราคาน้ำมัน ความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

วันนี้ (10 มี.ค.2565) นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือน มี.ค.2565 ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.2565 ที่ผ่านมา จากระดับ 70.14 จุด มาอยู่ที่ระดับ 76.20 จุด เพิ่มขึ้น 6.06 จุด หรือคิดเป็น 8.64%

โดยปัจจัยที่ทำให้ดัชนีฯ ปรับเพิ่มขึ้นมา เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ราคาน้ำมัน ความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในสหรัฐฯ และแรงซื้อเก็งกำไร

คาดการณ์ความต้องการซื้อทองคำในช่วงเดือน มี.ค.2565 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 315 ตัวอย่าง พบว่า 41% จะซื้อทองคำในเดือนนี้ ขณะที่ 30% ไม่แน่ใจว่าจะซื้อทองคำ หรือไม่ และอีก 29% ยังไม่ซื้อทองคำ

ผู้ค้าส่วนใหญ่มองราคาทองคำ มี.ค.ปรับเพิ่มขึ้น

สรุปกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 13 ตัวอย่าง

โดยส่วนใหญ่เชื่อว่าราคาทองคำในเดือน มี.ค.2565 จะเพิ่มขึ้น มีจำนวน 8 ราย และคาดว่าใกล้เคียงกับราคาทองคำในเดือน ก.พ.2565 มีจำนวน 3 ราย ส่วนที่คาดว่า จะลดลง มีจำนวน 2 ราย

สำหรับการคาดการณ์ราคาทองคำในเดือน มี.ค.2565 ของผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่มีมุมมอง ดังนี้ Gold Spot ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 1,870 - 2,033 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์

ด้านราคาทองคำแท่งในประเทศความบริสุทธิ์ 96.5% ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 28,800 - 31,200 บาทต่อน้ำหนัก 1 บาททองคำ และด้านค่าเงินบาท ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 32.16 - 33.45 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ

แนะติดตามวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ปรับกลยุทธ์ลงทุน

การลงทุนทองคำในเดือน มี.ค.2565 ผู้ค้าทองคำรายใหญ่ ให้ความเห็นว่านักลงทุนต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน รวมทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่นานาประเทศคว่ำบาตรรัสเซียอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนได้ทัน

ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยังคงตึงเครียด แนะนำให้นักลงทุนถือครองต่อไป และอาจแบ่งขายทำกำไรบางส่วน รวมถึงให้ติดตามการประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ระหว่างวันที่ 15 -16 มี.ค.2565 อีกด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน