หวังศึกแดงเดือด ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

หวังศึกแดงเดือด ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

หวังศึกแดงเดือด ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

ศึกแดงเดือดระหว่างลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในประเทศไทยนอกจากจะเป็นแมตช์ประวัติศาสตร์ครั้งแรกในเอเชียแล้ว ฝ่ายจัดยังหวังเป็นอีเวนต์ช่วยกระตุ้น GDP และปรากฏการณ์นี้จะเป็นการส่งต่อ Soft Power อีกด้วย

รูปข่าว : หวังศึกแดงเดือด ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันนี้ (31 มี.ค.2565) บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด และพันธมิตร จัดงานเปิดตัว เดอะ แมตช์ แบงค็อก เซ็นจูรี คัพ 2022 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นจัดศึกแดงเดือดครั้งแรกของเอเชียในศตวรรษนี้

ฟิล บาบบ์ อดีตกองหลังของลิเวอร์พูล และแอนดี้ โคล ดาวยิงของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เดินทางมาเปิดใจพูดถึงการแข่งขันครั้งนี้ โดยยืนยันว่าแมตช์นี้จะไม่ต่างอะไรจากการแข่งขันในพรีเมียร์ลีกแน่นอน เพราะในฐานะที่เป็นคู่ปรับมายาวนาน ทุกคนจะเต็มที่ไม่เพียงแมตช์ปรีซีซั่นเท่านั้น

 

 

โดยทั้งฝ่ายจัดการแข่งขัน และอดีตนักเตะทั้ง 2 คน ยืนยันว่า ลิเวอร์พูล กับ แมนฯยู จะขนนักเตะชุดใหญ่มาแน่นอน แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะมีการหมุนเวียนนักเตะหรือไม่ เมื่อถึงวันที่ 12 ก.ค.2565

ส่วนอนาคตในการต่อสัญญากับลิเวอร์พูลของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังไม่มีความแน่นอน ขณะเดียวกัน ในช่วงเดือน พ.ค.นี้ ภรรยาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด มีกำหนดคลอดลูกพอดี 

 

 

นายวินิจ เลิศรัตนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด เปิดเผยว่า ทั้ง 2 ทีมต้องการให้มีมาตรฐานระดับพรีเมียร์ลีก ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงหญ้าในราชมังคลากีฬาสถาน ด้วยการใช้หญ้าชนิดเดียวกับสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด

นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนระบบน้ำ และปรับปรุงห้องแต่งตัว ซึ่งใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 10 ล้านบาท และแม้ว่าจะลงทุนระดับ 1,000 ล้านบาท แต่เชื่อมั่นว่าจะทำให้ไทยได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมด้านเศรษฐกิจ

 

 

ด้านนายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา หรือ ท็อป Group CEO ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บิทคัพ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ หรือ Bitkub ในฐานะผู้ร่วมจัดงาน กล่าวว่า แมตช์นี้จะกระตุ้น GDP แบบก้าวกระโดด และทำให้เกิด Soft Power

ขณะเดียวกัน ฝ่ายจัดการแข่งขันยังให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากมีนักฟุตบอลและทีมงานของสโมสรร่วมเดินทางมาอีกทีมละ 250 คน รวมถึงแขกวีไอพี นักลงทุน และสปอนเซอร์ของแต่ละสโมสรที่คาดว่าแต่ละทีมจะมีไม่ต่ำกว่า 500 คน

 

 

สำหรับดีลประวัติศาสตร์ครั้งนี้ มีที่มาจากนายวินิจ เป็นแฟนบอลหงส์แดง และริเริ่มขึ้นตั้งแต่ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2020 แต่ต้องชะลอแผนไปจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

จนกระทั่งความคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากนายจิรายุส ในฐานะแฟนบอลปีศาจแดง จึงเดินหน้าจนดึงทั้ง 2 ทีมมาสร้างประวัติศาสตร์ในประเทศไทยได้สำเร็จ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตรียมปรับพื้นสนามราชมังคลากีฬาสถาน รับศึกฟุตบอลแดงเดือด 

จัด "บอลแดงเดือด" หวังไทยได้ภาพลักษณ์ด้านเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน