บทวิเคราะห์ : พรรคใหม่ตั้งได้ง่ายแต่เกิดยาก

บทวิเคราะห์ : พรรคใหม่ตั้งได้ง่ายแต่เกิดยาก

บทวิเคราะห์ : พรรคใหม่ตั้งได้ง่ายแต่เกิดยาก

รูปข่าว : บทวิเคราะห์ : พรรคใหม่ตั้งได้ง่ายแต่เกิดยาก

โหมโปรโมทมาตลอด พร้อมคุยฟุ้งจะมี “บิ๊กเซอร์ไพรส์” มีนักการเมืองใหญ่ อักษรย่อ ตัว P จะเปิดตัวเป็นแกนนำสำคัญของพรรค ท่ามกลางความฮือฮาของคอการเมือง ว่า จะเป็น พี-(พล.อ.)ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ที่นายเสกสกล อัตถาวงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี อ้างว่า ไฟเขียวให้เดินหน้าตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคสำรอง สำหรับส่งรายชื่อพล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดทนายกฯ เผื่อไว้ในกรณีพรรคพลังประชารัฐไม่ส่ง

ถ้าไม่ใช่ พี-(พล.อ.)ประยุทธ์ ก็อาจจะเป็น พี-นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญหลายอย่าง จากนายกฯ ทั้งกรรมการ (บอร์ด) บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560

แต่พอถึงวันเวลาจริง 31 มีนาคม 2565 นอกจากจะเปลี่ยนสถานที่จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีและเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จากเดิมที่ระบุไว้ที่สโมสรราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่จัดเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 2 ครั้งล่าสุด ไปเป็นหอประชุมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีแล้ว

คนที่ไปร่วมงาน และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ที่มีชื่อปรากฏออกมา ยังไม่มีวี่แววของคนระดับ “บิ๊ก” หรือ มิสเตอร์ พี. ที่คาดเดากันไว้ทั้ง 2 คน

กรรมการบริหารพรรค ล้วนเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในระดับมีชื่อเสียง หรือเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปแต่อย่างใด หัวหน้าพรรค คือ นายธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย และเลขาธิการพรรค คือ นายธนบดี หงษ์รัตนอุทัย กรรมการบริหาร ที่พอจะมีชื่อเสียง เพราะเคยเป็นอดีตส.ส.

มีเพียงนายปรพล อดิเรกสาร ทายาทจาก “บ้านใหญ่” จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็น ส.ส.ครั้งหลังสุด ต้องย้อนกลับไปในการเลือกตั้งตั้งปี 2550 ส่วนตำแหน่งทางการเมืองล่าสุด เป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษา รัฐมนตรีดีอีเอส (นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์) เมื่อปี 2564

แต่กระนั้น นายเสกสกล ยังพยายามจะอ้างเหตุที่ไม่มี ระดับ “บิ๊ก” ร่วมเซอร์ไพรส์ในวันดังกล่าวว่า โดน “บิ๊ก” คนดังกล่าวขอร้องให้แต่งตัวพรรคใหม่ให้หล่อ ๆ ก่อน หลังจากนั้น จึงจะเปิดได้ประมาณเดือนกรกฎาคม

เท่ากับขอยื้อเวลาออกไปอีกระยะหนึ่ง โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า เป็น “ของจริง” หรือเป็นเพียงแค่การวาดหวัง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพรรคที่ตั้งขึ้น ทั้งที่การเปิดตัวบุคคลระดับมีชื่อเสียง หรือเป็น “แม่เหล็ก”ดึงดูดนักการเมืองคนอื่นๆ มองในมุมไหนก็ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหาย

เท่ากับสรุปในเบื้องต้น พรรครวมไทยสร้างชาติที่นายเสกสกล พยายามจุดกระแสการเป็นพรรคใหม่ทางเลือกที่ พล.อ.ประยุทธ์สนับสนุน และจะมีนักการเมืองระดับมีชื่อเสียงหลายคนเข้าร่วมเปิดตัวคึกคัก

ถึงขณะนี้ ยังเป็นเพียงคำคุยโว และไม่รู้ว่า จะลงสู้สนามเลือกตั้งส.ส.ครั้งหน้า อย่างมีความหวังจะได้ส.ส.ของพรรค เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรได้จริงหรือไม่

ไม่ต่างจากอีกหลายพรรคการเมือง ที่แม้จะมีการเปิดตัวหรือเคลื่อนไหวขยับตัว เตรียมพร้อมนับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง โดยมีคนระดับ “บิ๊กเนม” ร่วมขับเคลื่อน เมื่อถึงเวลาจริง จะทำได้จริงหรือไม่ เพราะการตั้งพรรคการเมืองในสมัยปัจจุบัน อาจไม่ยุ่งยากซับซ้อนมาก แค่ทำตามกติกาที่กำหนดไว้ใน พ.ร.ป.พรรคการเมืองก็ไม่น่าจะมีอุปสรรคใดๆ

แต่ในทางปฏิบัติ ต้องมีคุณสมบัติหรือความโดดเด่นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ในองค์ประกอบเหล่านี้

1.ต้นทุนและชื่อเสียง รวมถึงการได้รับการยอมรับจากประชาชนและสังคม ทั้งในด้านความรู้ความสามารถ ความมุ่งมั่นตั้งใจ และต้นทุนทางสังคม
2.ต้องมีทุนรอนมากพอประมาณ สำหรับขับเคลื่อนงานทางการเมือง
3.ต้องมีฐานที่เป็นส.ส.ปัจจุบัน รวมตัวให้การสนับสนุนในระดับหนึ่ง
4.ต้องมีนโยบายที่โดนใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

ในทางตรงข้าม หากไม่มีคุณสมบัติพื้นฐานเหล่านี้ การจัดตั้งพรรคการเมืองหรือหวังจะให้ “แจ้งเกิด” ได้ หรือหวังประสพความสำเร็จ มีโอกาสจะเป็นได้เพียงแค่ “ความฝัน” เช่นกัน

กลับขึ้นด้านบน