พปชร.ประชุมใหญ่ โหวต “สันติ” นั่งเลขาฯ "ประวิตร" ปลื้ม 4 ปีแก้ปัญหาเพียบ

พปชร.ประชุมใหญ่ โหวต “สันติ” นั่งเลขาฯ "ประวิตร" ปลื้ม 4 ปีแก้ปัญหาเพียบ

พปชร.ประชุมใหญ่ โหวต “สันติ” นั่งเลขาฯ "ประวิตร" ปลื้ม 4 ปีแก้ปัญหาเพียบ

รูปข่าว : พปชร.ประชุมใหญ่ โหวต “สันติ” นั่งเลขาฯ "ประวิตร" ปลื้ม 4 ปีแก้ปัญหาเพียบ

พปชร.ประชุมใหญ่ โหวต “สันติ” นั่งเลขาธิการพรรคฯ “ประวิตร” ระบุจะพัฒนาให้เป็นสถาบันการเมือง โว 3 ปีที่ผ่านมา ทำโครงการสำเร็จเพียบ ทั้งแก้ปัญหาน้ำ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ราคาพืชผลการเกษตร และโควิด-19

วันนี้ (3 เม.ย.2565) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 1/2565 โรงแรมเซนเตอร์ พอยท์ เทอมินอล 21 นครราชสีมา โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค เป็นประธาน พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกพรรคแต่ละจังหวัดทั่วประเทศที่เข้าร่วมประชุมมากกว่า 500 คน โดย นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค ดำเนินการประชุม พร้อมแจ้งวาระการประชุม

โหวต "สันติ" นั่งเลขาธิการพรรคคนใหม่

การประชุมครั้งนี้มี 4 วาระ มีวาระที่สำคัญคือ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค แทนตำแหน่งที่ว่าง 6 ตำแหน่ง ที่ประชุมได้เสนอและโหวต นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรค เป็นเลขาธิการพรรค

ตำแหน่งนายทะเบียนสมาชิกพรรค คือ นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรค 4 คน คือ พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาค 2 นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ อนุกรรมการฝ่ายหารายได้ มูลนิธิป่ารอยต่อฯ และนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ

นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบคำสั่งหัวหน้าพรรค แต่งตั้งรองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการพรรค โดยให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นรองหัวหน้าพรรค และ นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นผู้อำนวยการพรรค

สันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ คนใหม่

สันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ คนใหม่

หวังพัฒนาพรรคให้เป็นสถาบันการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเข้าระเบียบวาระการประชุม เวลาประมาณ 10.00 น. พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม และกล่าวถึงความสำเร็จ และการเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายพรรคเพื่อดูแลประชาชนตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี ที่มีการจัดตั้งพรรคขึ้นมาว่า บ้านหลังนี้จะพัฒนาให้เป็นสถาบันทางการเมือง ที่มั่นคง เข้มแข็งสร้างประโยชน์ให้กับประเทศและประชาชน

ด้วยความมุ่งมั่นทำงานให้พรรคอย่างเต็มที่ ผ่านโครงสร้างการทำงานภายในพรรค แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบเป็น 10 ภาค ที่จะนำมาสู่การกำหนดนโยบายตามบริบทของพื้นที่ เพื่อตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการส่งเสริม และยกระดับภาคการเกษตร ที่นับเป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ควบคู่ไปกับการดูแลเพิ่มทักษะแรงงาน รองรับการลงทุนในอนาคต เพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชนทั่วประเทศ

พปชร.ได้เร่งแก้ไขปัญหาเรื่องที่ทำกิน และการบริหารจัดการน้ำให้ภาคการเกษตรสามารถมีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ผ่านแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำ 20 ปี โดยผลการดำเนินงานตามแผนตั้งแต่ปี 2561-2564 หาแหล่งน้ำได้เพิ่มขึ้น 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า 1 ล้านครัวเรือน

ปลื้ม 3 โครงการแก้ปัญหาช่วงโควิด

ปีที่ผ่านมาได้เข้าไปดูแลราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะในพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด ข้าว อ้อย ยางพารา มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน สร้างรายได้ให้กับภาคเกษตรได้มากกว่า 7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2 % และคาดว่าในปี 2565 ราคาสินค้าเกษตร จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 8.86 แสนล้านบาท ซึ่งมีอัตราเติบโตสูงสุดในรอบ 5 ปี

ช่วงการแพร่ระบาดโควิด 19 เข้าไปดูแลประชาชนทั้งในการมอบอุปกรณ์การแพทย์ จัดสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภค พร้อมกับผลักดัน 3 โครงการที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ได้แก่ “โครงการคนละครึ่ง” มีประชาชนใช้สิทธิ์มากกว่า 26 ล้านคน มียอดค่าใช้จ่ายมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท “โครงการเราชนะ” มีประชาชนได้รับสิทธิ์ถึง 33.2 ล้านคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ 2.7 แสนล้านบาท และ “โครงการเราเที่ยวด้วยกัน” เป็นโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในประเทศ

กลับขึ้นด้านบน