นายกฯ สั่งยกเลิกนัดร่วมกิจกรรมรัฐบาล ส.ส.-ส.ว 12 เม.ย.นี้

นายกฯ สั่งยกเลิกนัดร่วมกิจกรรมรัฐบาล ส.ส.-ส.ว 12 เม.ย.นี้

นายกฯ สั่งยกเลิกนัดร่วมกิจกรรมรัฐบาล ส.ส.-ส.ว 12 เม.ย.นี้

รูปข่าว : นายกฯ สั่งยกเลิกนัดร่วมกิจกรรมรัฐบาล ส.ส.-ส.ว 12 เม.ย.นี้

นายกรัฐมนตรี ยกเลิกนัดร่วมกิจกรรม และรับประทานอาหารร่วมกันของรัฐบาล ส.ส. และ ส.ว. 12 เม.ย.นี้ เพราะเห็นว่ายังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เตือนประชาชนระมัดระวังการเดินทางและอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์

วันนี้ (7 เม.ย.2565) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุถึงการนัดรับประทานอาหารร่วมกันของรัฐบาล ส.ส. และ ส.ว. ในวันที่ 12 เม.ย.นี้ ว่า สถานการณ์ในขณะนี้ไม่ควรที่จะมีการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้จึงได้บอกยกเลิกไปแล้ว เนื่องจากยังมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ จึงให้เป็นเรื่องของแต่ละหน่วยงานจัดกิจกรรมตามความเหมาะสมและเป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19

สำหรับรัฐบาลก็จะจัดกิจกรรมทำบุญรดน้ำภายในของรัฐบาล แต่หากใครจะมาเป็นการส่วนตัวก็มาได้ เพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 ทั้งนี้จะให้มาเป็นพรรคหรือเป็นกลุ่มจำนวนมากก็คงไม่เหมาะสม โดยได้มีการพูดคุยกับหัวหน้าพรรคทุกพรรคไปแล้ว รวมทั้งแจ้งท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาไปเรียบร้อยแล้ว

เดิมแนวคิดในการจัดงานเพื่อให้เห็นถึงภาพความสามัคคีร่วมกันของทั้ง 3 อำนาจ การบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ มาพบกันและรดน้ำอวยพรซึ่งกันและกัน แต่สถานการณ์ไม่เหมาะสม ก็ต้องยกเลิกไปก่อน อย่าทำเลยจะดีกว่า ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ติดตามสถานการณ์และตัดสินใจบนพื้นฐานของความเหมาะสม

 

เตือนระมัดระวังเดินทาง-อุบัติเหตุ ช่วงสงกรานต์

พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นห่วงเรื่องการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์และการใช้รถใช้ถนนที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและเจ้าหน้าที่ก็ต้องออกมาดูแลอำนวยความสะดวก จึงขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังในการเดินทาง อย่าฝืนกฎหมาย เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุสร้างผลกระทบต่อผู้อื่น

ทั้งนี้ยังห่วงเรื่องของปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและเรื่องร้องเรียนต่างๆ เช่น ถนนที่เสียหาย และเรื่องของการขนส่งสินค้า โดยได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้เกี่ยวข้องต่างๆ เพราะขณะนี้สถานการณ์ในประเทศเกิดปัญหาหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจ จากผลกระทบสถานการณ์โควิด-19 รวมไปถึงเรื่องของสงครามรัสเซียยูเครน

พร้อมย้ำจุดยืนและหน้าที่ของไทยในการสนับสนุนให้เกิดความสงบ แก้ปัญหาด้วยสันติวิธี และเคารพในพันธะสัญญาต่างๆ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลายส่งผลกระทบไปทั่วโลก

ให้กำลังใจ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. หวังได้คนดี

พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้สื่อมวลชนช่วยกันนำเสนอข่าวให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย พร้อมกันนี้ยังเป็นห่วงพื้นที่ กทม. และ อยากเห็น กทม.เป็นพื้นที่สะอาดและสงบเรียบร้อย ที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆให้ดีขึ้นพอสมควร

ดังนั้นไม่ว่าใครเป็นผู้ว่าราชการกทมในวันข้างหน้าก็ควรจะทำในเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคูคลอง การระบายน้ำ และแก้ปัญหาน้ำท่วม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประชาชนจะให้ความร่วมมือตามหลักการบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องทำประชาพิจารณ์ทั้งหมด ประเด็นสำคัญคือต้องลดความแออัดใน กทม. และกระจายความเจริญไปยังรอบนอก ซึ่งทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิดและนายกรัฐมนตรีก็ให้กำลังใจทุกคนอยู่แล้ว โดยคาดหวังว่าจะได้ ผู้ว่าฯ กทม.ที่ดี

 

นายกฯ เคลียร์ปมขัดแย้ง มนัญญา-วราวุธ จบแล้ว  

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุถึงกรณีที่ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการโต้เถียงกันระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ในประเด็นเกี่ยวกับการรณรงค์งดแจกถุงพลาสติก แต่ร้านค้านำมาจำหน่ายให้ผู้บริโภคว่าเกิดจากความไม่เข้าใจกันเล็กน้อยในเรื่องเกี่ยวกับการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการลดการใช้ถุงพลาสติกและผู้ประกอบการต่างๆ ก็ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลโดยไม่แจกถุงพลาสติก

ทั้งนี้ รัฐบาลก็พยายามสร้างความเข้าใจโดยให้ผู้บริโภคนำถุงผ้าไปใช้ในการจับจ่าย หากยังต้องการจะใช้ถุงพลาสติกก็ต้องซื้อจากร้านค้า เพราะทุกอย่างมีต้นทุน ซึ่งขณะนี้ ทั้งสองคนก็มีความเข้าใจกันแล้ว โดยหัวหน้าพรรคของทั้งสองคน ได้มีการพูดคุยกันและรัฐมนตรีทั้งสองคน ก็ได้มีการพูดคุยกันแล้ว

ในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานการประชุมในวันนั้นก็พยายามที่จะหยุดการโต้เถียงของทั้งสองฝ่ายเพื่อที่จะเดินหน้าการประชุมต่อไป ซึ่งจะโกรธกันไม่ได้อยู่แล้ว และขออย่าขยายประเด็นให้เป็นเรื่องใหญ่โต

 อ่านข่าว : วิวาทะว่าด้วย "ถุงพลาสติก" ของ "มนัญญา-วราวุธ" ในห้องประชุม ครม.

 

ไม่ขัดข้อง กมธ.ป.ป.ช สอบปมคลิปเสียง"แรมโบ้"

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุถึงกรณีที่ กมธ.ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎร จะตรวจสอบประเด็นคลิปเสียงสนทนานายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียกรับเงิน 15 ล้านบาท ใช้ในการเลือกตั้งว่า เป็นเรื่องของกรรมาธิการที่จะตรวจสอบ ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะไปยุ่งเกี่ยวกับการทำงานของ กมธ.ไม่ได้ และไม่ได้ขัดข้องกับใครทั้งสิ้นหากจะตรวจสอบก็ดำเนินการกันไป

 อ่านข่าว : "แรมโบ้อีสาน" แจงปมคลิป อ้างรีดเงินโควตาสลาก แจ้งความพรุ่งนี้

 

กลับขึ้นด้านบน