"อนุทิน" ตั้งเป้าเลือกตั้งครั้งหน้า ได้ ส.ส.เกินร้อย

"อนุทิน" ตั้งเป้าเลือกตั้งครั้งหน้า ได้ ส.ส.เกินร้อย

"อนุทิน" ตั้งเป้าเลือกตั้งครั้งหน้า ได้ ส.ส.เกินร้อย

รูปข่าว : "อนุทิน" ตั้งเป้าเลือกตั้งครั้งหน้า ได้ ส.ส.เกินร้อย

"อนุทิน" ประกาศกวาดเก้าอี้ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ยกจังหวัด 5 เขต ในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครเพิ่ม 1 คน "พิมพฤดา ตันจรารักษ์" หวังได้ ส.ส.ทุกเขตที่พรรคส่งผู้สมัครหรือต้องเกินร้อย ย้ำ 4 ปีภูมิใจไทยพูดแล้วทำ

วันนี้ (23 เม.ย.2565) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค ส.ส. และสมาชิกพรรค ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมเปิดตัวว่าผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรค น.ส.พิมฤดา ตันจรารักษ์ เพิ่ม 1 คน ซึ่งเป็นหลานของ นายก.อบจ. อยุธยา โดยพื้นที่เขตเลือกตั้ง มีการปรับเขตเลือกตั้งเพิ่มขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเป็น 5 เขตจากเดิม 4 เขต โดยตั้งเป้าหมายกวาดเก้าอี้ ส.ส.ยกจังหวัด 5 เขต

ส่วนการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากมีความสำคัญเป็นจังหวัดที่พรรคภูมิใจไทยใช้เป็นฐานและประสานกับสมาชิกและผู้สมัครในภาคกลาง ย้ำถึงความตั้งใจที่จะทำงานรับใช้ประชาชนขับเคลื่อนการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม เศรษฐกิจปากท้อง

นอกจากนี้ พรรคจะทุ่มเทสร้างนโยบายให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าจะทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมโดยเฉพาะ ความมั่นคงทางสุขภาพ ให้ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งในภูมิภาคยืนบนเวทีโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหวังได้ ส.ส.ทุกเขตเลือกตั้งที่ส่งผู้สมัคร หรือ ต้องเกินร้อย ด้วยมั่นใจคุณสมบัติของผู้สมัครที่คัดสรรจะต้องเป็นบุคคลที่มีความทุ่มเทเสียสละ มีคุณภาพ เข้าใจเข้าถึงประชาชน ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ยืนยันจะไม่ส่งคนที่ไม่ดีเพราะหมดยุคที่จะส่งคนเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์

รวมถึงยัง กล่าวย้ำถึงผลงานทางการเมืองในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลที่ได้วางรากฐานทางการเมืองตลอด 4 ปี สร้างความเชื่อมั่นเชื่อถือให้กับประชาชนว่าพรรคภูมิใจไทย "พูดแล้วทำ" และย้ำถึงบัญชีนายกฯของพรรคเพียงคนเดียวคือหัวหน้าพรรค โดยสมาชิกมั่นใจว่าหัวหน้าพรรคจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ยืนยันเป็นปึกแผ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้จะมีความเห็นต่างแต่ไม่มีความแตกแยกเนื่องจากความเห็นต่างจบในห้องประชุมและพรรคก็เคารพในกติกา

นายอนุทิน ยังยืนยันที่จะทำหน้าที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ต้องแลกผลประโยชน์ทางการเมือง แล้วทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยอม ไม่ใช่คิดถึงแต่ตัวเองเป็นหลัก

ส่วนอนาคตทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยในครั้งต่อไปจะเป็นภาพขนาดใหญ่หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน หากใหญ่ จะใหญ่แบบไหน หรือจะอยู่แบบนี้ที่เป็นปึกแผ่น โดยเฉพาะเป็นพรรคใหญ่ที่ทำงานอะไรแล้วจะต้องมีความสำเร็จ ก่อนจะทิ้งท้ายว่าผลงานสี่ปีที่ผ่านมาพรรคทำแต่ผลประโยชน์เพื่อบ้านเมือง จึงหวังที่จะได้รับความเชื่อถือจากประชาชน

 

 

กลับขึ้นด้านบน