จับผู้ต้องหาลวงหญิงเมียนมาอายุ 17 ปี ไปข่มขืน

จับผู้ต้องหาลวงหญิงเมียนมาอายุ 17 ปี ไปข่มขืน

จับผู้ต้องหาลวงหญิงเมียนมาอายุ 17 ปี ไปข่มขืน

รูปข่าว : จับผู้ต้องหาลวงหญิงเมียนมาอายุ 17 ปี ไปข่มขืน

จับผู้ต้องหาหลอกหญิงชาวเมียนมา อายุ 17 ปีไปข่มขืน พบพฤติกรรมเกี่ยวขบวนการลักลอบขนแรงงาน

วันนี้ (23 เม.ย.65) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) แถลงผลการจับผู้ต้องหาคดีข่มขืนเยาวชนหญิงชาวเมียนมา อายุ 17 ปี พร้อมเปิดเผยพฤติกรรมของผู้ต้องหาคนนี้ว่า ใช้ช่องทางการติดต่อผู้เสียหายผ่านเฟซบุ๊กโดยเข้าไปอยู่ในกลุ่มสมาชิกผู้หางานทำของชาวเมียนมาจากนั้นจะโพสต์ข้อมูล ชื่อพร้อมเบอร์โทร ระบุ มีแท็กซี่บริการรับ - ส่ง ผู้ที่เดินทางเข้ามาทำงานในไทย

ทั้งนี้ ผู้เสียหายคนดังกล่าว เดินทางเข้ามาในไทยตามช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ส่วนผู้ติดต่อแท็กซี่รับ-ส่ง ให้คือน้าสาว ซึ่งได้ข้อมูลจากกลุ่มหางานชาวเมียนมา

เมื่อผู้ต้องหามารับเยาวชนหญิงจากที่พักขึ้นรถ ได้อ้างว่าต้องตรวจ ATK คัดกรองเชื้อโควิด-19 ก่อนส่งเข้าที่ทำงาน ผู้เสียหายหลงเชื่อ จากนั้นผู้ต้องหาได้ข่มขืนอีก ทั้งหลังก่อเหตุยังพาตัวส่งสถานีตำรวจเพื่อให้ดำเนิคดีกับผู้เสียหายฐานหลบหนีเข้าเมือง เพื่อหวังผลจะได้ไม่ถูกแจ้งความคดีข่มขืน

นอกจากนี้การสืบสวนสอบสวน ยังพบว่า ก่อนหน้านี้มีการนำส่งแรงงานหญิง ไปย่านหนองแขม 1 คน ก่อนส่งตัวไปทำงาน และได้หลอกเรื่องตรวจ ATK และพาไปที่พัก ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวน

อีกประเด็นสำคัญคือ พบว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบ ขนส่ง แรงงานข้ามชาติ ลงไปทำงานทางภาคใต้ ด้วยตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล

ในเบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อหา "พรากผู้เยาว์อายุเกินกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการ, อนาจาร, ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญ โดยใช้กำลังประทุษร้าย , กักขังหน่วงเหนี่ยว ผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ,ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธในเวลากลางคืน, ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศ โดยมีอัตราโทษสูงสุดจำคุกตั้งแต่ 7- 20 ปี และปรับตั้งแต่ 140,000 - 400,000 บาท

กลับขึ้นด้านบน