"เสรีรวมไทย" เตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ตั้งเป้าดัน "เสรีพิศุทธ์" เป็นนายกฯ

"เสรีรวมไทย" เตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ตั้งเป้าดัน "เสรีพิศุทธ์" เป็นนายกฯ

"เสรีรวมไทย" เตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ตั้งเป้าดัน "เสรีพิศุทธ์" เป็นนายกฯ

รูปข่าว : "เสรีรวมไทย" เตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ตั้งเป้าดัน "เสรีพิศุทธ์" เป็นนายกฯ

พรรคเสรีรวมไทยประชุมใหญ่สามัญประจําปีเตรียมความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง พร้อมเปิดตัวทีมงานเสริมทัพเน้นนโยบายต่อต้านการคอรัปชัน

วันนี้ (23 เม.ย.2565) การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ของพรรคเสรีรวมไทย โดยมี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมย้ำถึงเป้าหมายในการสู้ศึกเลือกตั้งสนามใหญ่ว่า หากคนไทยต้องการได้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีก็ขอให้เลือกผู้สมัครเสรีรวมไทยทั้งพรรค และจะใช้เป็นนโยบายทำป้ายรณรงค์หาเสียง

ทั้งนี้ ไม่กังวลที่จะต้องเป็นคู่แข่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการเลือกตั้ง และขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่บริหารประเทศได้หรือไม่ ซึ่งหากพลังประชารัฐไม่สนับสนุนก็จบ

พร้อมกันนี้ก็ต้องดูรัฐธรรมนูญด้วยว่า สุดท้ายจะเป็นบัตรเลือกตั้งใบเดียว หรือ 2 ใบ เพื่อปรับยุทธศาสตร์การเลือกตั้งให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้มั่นใจว่าจะได้ ส.ส.ถึงเกณฑ์เสนอชื่อในสภาฯ เพื่อโหวตเป็นนายกฯ ส่วนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี ย้ำว่า พรรคตั้งเป้าหมายชนะการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ พรรคเสรีรวมไทยได้มีการเปิดตัวสมาชิกพรรคและคณะทำงานเพิ่มเติม เช่น รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.มาเป็นประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรค, นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชัน เป็นประธานยุทธศาสตร์แผนงานต้านคอร์รัปชัน และ ส.อ.ณรงค์ อินทรกวี หรือ หมู่อามนักเคลื่อนไหวทางการเมือง

พร้อมกันนี้นายวีระ สมความคิด ได้นำเอกสารหลักฐานที่มีผู้มาร้องเรียนโดยอ้างว่าเมื่อปี 2563 ถูกนายเสกสกล อัตถาวงศ์ (แรมโบ้อีสาน) ใช้อำนาจหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์ แลกกันการช่วยให้ได้งานราชการ มาแสดงกับสื่อมวลชน ซึ่งจะนำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย และพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาล

ส่าน รศ.สมชัย ระบุถึงกรณีนางจุรีพร สินธุไพร ข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ รับสิ่งของเป็นรองเท้าแบรนด์เนม ซึ่งมีมูลค่าเกินกว่า 3,000 ต่อมาภายหลังได้ส่งคืนว่า กรณีของนางจุรีพรต้องไปพิสูจน์กับเจ้าหน้าที่ แต่เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการของ ป.ป.ช. แล้ว จึงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป.ป.ช.ที่จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และจะรอดูท่าทีของ ป.ป.ช.ว่าจะดำเนินการอย่างไร

 

 

กลับขึ้นด้านบน