ครม.ขยายเวลาสิทธิประโยชน์ภาษี บริจาคช่วยแก้โควิด -19 ถึง 31 ธ.ค.66

ครม.ขยายเวลาสิทธิประโยชน์ภาษี บริจาคช่วยแก้โควิด -19 ถึง 31 ธ.ค.66

ครม.ขยายเวลาสิทธิประโยชน์ภาษี บริจาคช่วยแก้โควิด -19 ถึง 31 ธ.ค.66

รูปข่าว : ครม.ขยายเวลาสิทธิประโยชน์ภาษี บริจาคช่วยแก้โควิด -19 ถึง 31 ธ.ค.66

ครม.ขยายระยะเวลาสิทธิประโยชน์ภาษี เกี่ยวกับการบริจาคช่วยแก้ปัญหาการแพร่ระบาด โควิด -19 ออกไปจนถึง 31 ธ.ค.2566 และ การจัดซื้อ ATK ออกไปจนถึง 31 ธ.ค.2565 นี้

วันนี้ (26 เม.ย.2565) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฏ.ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร จำนวน 3 ฉบับ ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคเพื่อแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการนำเข้ายา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์ต้าน COVID - 19 สำหรับบริจาคเป็นสาธารณกุศล ออกไปจนถึง 31 ธ.ค.2566 และ มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนรายจ่ายค่าซื้อชุดตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง จนถึง 31 ธ.ค.65 ประกอบด้วย

1. ร่าง พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคเพื่อแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากเดิมได้สิ้นสุดแล้ว เมื่อวันที่ 5 มี.ค.65 ขยายออกไปอีก 1 ปี 10 เดือน ตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค.65 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.66 สำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สิน ผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากร

ทั้งนี้ 1. บุคคลธรรมดา ยกเว้นภาษีเงินได้ ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่าย และหักลดหย่อนนั้น 2.บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ และ 3.ผู้ประกอบการ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเฉพาะการบริจาคสินค้าให้แก่ สปน.โดยคาดว่า รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 9 ล้านบาท

2.ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (การขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการนำเข้ายา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์ต้าน COVID-19 สำหรับบริจาคเป็นสาธารณกุศล) ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.65 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.66 โดย 1.ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าเพื่อบริจาค โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการนำเข้าสินค้าที่ใช้รักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรค COVID-19 ที่บริจาคให้แก่ สถานพยาบาล ได้แก่ สถานพยาบาลของทางราชการ, สถานพยาบาลของสถาบันการศึกษาของรัฐ, สถานพยาบาลขององค์การมหาชน,สถานพยาบาลของรัฐวิสาหกิจ ที่เป็นองค์การของรัฐบาล หรือ หน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ สถานพยาบาลของอปท. สถานพยาบาลของหน่วยงานอื่น ของรัฐ หรือสถานพยาบาลของ สภากาชาดไทย (2) หน่วยงานของรัฐอื่น ๆ (3) องค์การหรือสถานสาธารณกุศลหรือสถานพยาบาล

2.ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการบริจาค โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่ได้โอนทรัพย์สินสำหรับการนำเข้าและการบริจาคที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.65 - 31 ธ.ค.66 คาดว่าจะทำให้ภาครัฐสูญเสีย รายได้ภาษีประมาณปีละ 25 ล้านบาท

3.ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... [การขยายเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนรายจ่ายค่าซื้อชุดตรวจหาแอนติเจน ด้วยตนเอง (COVID – 19 Antigen test self-test kits) ] ออกไปอีก 9 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.65 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.65 โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้ร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าซื้อชุดตรวจโควิด - 19 แบบเร่งด่วน เพื่อใช้สำหรับพนักงานหรือลูกจ้างของตนเอง คาดว่า รัฐสูญเสียรายได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลประมาณ 1,715 ล้านบาท

ทั้งนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า แม้การขยายระยะเวลามาตรการภาษีทั้ง 3 ฉบับ ดังกล่าว จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษี รวมประมาณ 1,749 ล้านบาท แต่จะลดภาระภาษีแก่ผู้ประกอบการ ยังเป็นสนับสนุนให้ผู้ประกอบการภาคเอกชน และประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมและช่วยสนับสนุนการป้องกัน การระงับ และการยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งจะเป็นผลดีแก่สุขภาพประชาชน ตลอดจนเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศ

กลับขึ้นด้านบน