"ปูติน" ขู่ตอบโต้แบบสายฟ้าฟาดประเทศแทรกแซงสงครามยูเครน

"ปูติน" ขู่ตอบโต้แบบสายฟ้าฟาดประเทศแทรกแซงสงครามยูเครน

"ปูติน" ขู่ตอบโต้แบบสายฟ้าฟาดประเทศแทรกแซงสงครามยูเครน

รูปข่าว : "ปูติน" ขู่ตอบโต้แบบสายฟ้าฟาดประเทศแทรกแซงสงครามยูเครน

ผู้นำรัสเซียประกาศพร้อมตอบโต้ประเทศที่เข้าแทรกแซงในสงครามยูเครน ขณะที่อังกฤษระบุชัยชนะของยูเครนเป็นความจำเป็นในเชิงยุทธศาสตร์ต่อชาติตะวันตก และต้องผลักดันกองกำลังรัสเซียออกจากยูเครนให้ได้

วันนี้ (28 เม.ย.2565) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เตือนว่า ประเทศใดก็ตามที่พยายามเข้าแทรกแซงสงครามในยูเครน จะต้องเผชิญการตอบโต้อย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด พร้อมระบุว่ารัสเซียมีอาวุธทุกอย่างที่ไม่มีใครเทียบได้ และจะใช้มันหากจำเป็น

ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังชาติตะวันตกจัดการประชุมสุดยอดในเยอรมนี และให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการสนับสนุนทางทหารให้แก่ยูเครน

"อังกฤษ" ชี้รัสเซียต้องถอนกำลังออกจากยูเครน

ขณะที่ ลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ระบุว่า ชัยชนะของยูเครนเป็นความจำเป็นในเชิงยุทธศาสตร์ต่อชาติตะวันตก เพราะหากครั้งนี้ปูตินชนะจะสร้างความเดือดร้อนทั่วยุโรปและจะส่งผลกระทบเลวร้ายไปทั่วโลก

ทรัสส์ ย้ำว่า ชาติพันธมิตรจำเป็นต้องเพิ่มการสนับสนุนยูเครนเป็นสองเท่า เพื่อขับไล่กองทัพรัสเซีย โดยจะต้องผลักดันรัสเซียออกจากพื้นที่ทั้งหมดของยูเครน รวมถึงไครเมียที่รัสเซียผนวกดินแดนไปเมื่อ 8 ปีก่อน

นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า ชาติตะวันตกควรยับยั้งการรุกรานของรัสเซียในอนาคต และควรส่งอาวุธให้ยูเครน รวมถึงประเทศต่างๆ ที่ถูกรัสเซียคุกคาม เพื่อช่วยให้ประเทศเหล่านั้นรักษาเสรีภาพและอธิปไตยของตนไว้ได้

ด้านโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยว่า ได้รับคำเชิญจากผู้นำอินโดนีเซียให้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ 20 ประเทศ (G20) แต่ยังไม่เปิดเผยว่าจะตอบรับคำเชิญหรือไม่

ก่อนหน้านี้ กลุ่ม G20 ร่วมประณามการรุกรานยูเครนของรัสเซีย โดยประเทศสมาชิกหลายชาติเรียกร้องให้กีดกันรัสเซียและปูตินออกจากการประชุมสุดยอด แต่อินโดนีเซียคัดค้านข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจ

ขณะที่กระทรวงเกษตร และองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จะร่วมกันบริจาคเงินจำนวน 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านอาหารระหว่างประเทศ หลังสงครามส่งผลให้เกิดวิกฤตด้านอาหารไปทั่วโลก ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวจะนำไปใช้ในภารกิจช่วยเหลือฉุกเฉินด้านอาหารในเอธิโอเปีย เคนยา โซมาเลีย ซูดาน เซาท์ซูดาน และเยเมน

ที่มา : BBC, Reuters, The Jakarta Post

 

อ่านข่าวอื่นๆ

ยูเอ็นเผย "ปูติน" เห็นชอบเปิดทางอพยพพลเรือนในมารีอูโพล

รัสเซียขู่หยุดส่งแก๊สให้ "โปแลนด์-บัลแกเรีย" ไม่จ่ายเงินรูปแบบใหม่

 

กลับขึ้นด้านบน