เร่งดำเนินคดีซื้อบริการเด็ก-แจ้งข้อหารองอธิบดีฯ ขัดขวางเจ้าหน้าที่

เร่งดำเนินคดีซื้อบริการเด็ก-แจ้งข้อหารองอธิบดีฯ ขัดขวางเจ้าหน้าที่

เร่งดำเนินคดีซื้อบริการเด็ก-แจ้งข้อหารองอธิบดีฯ ขัดขวางเจ้าหน้าที่

รูปข่าว : เร่งดำเนินคดีซื้อบริการเด็ก-แจ้งข้อหารองอธิบดีฯ ขัดขวางเจ้าหน้าที่

คดีค้ามนุษย์ขายบริการเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้ซื้อบริการและผู้ที่เกี่ยวข้องที่ล้วนแต่มีสถานะทางสังคม ขณะที่ตำรวจดำเนินคดีกับรองอธิบดีกรมกิจการเด็กฯ ขัดขวางกระบวนการสอบสวน-ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

วันนี้ (5 พ.ค.2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีตำรวจศูนย์พิทักษ์เด็กฯ และตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปฏิบัติการบุกค้นบ้านของคนกลางที่จัดหาเด็ก ซึ่งเมื่อวานนี้ (4 พ.ค.) ตำรวจกว่า 100 นายบุกค้นพร้อมกัน 18 จุด มีผู้ต้องหาตามหมายจับ 16 คน เป็นผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ 5 คน และผู้ต้องหาที่ซื้อบริการทางเพศ 11 คน และขณะนี้ยังหลบหนี 4 คน

ขณะที่การขยายผลพบว่า ผู้เสียหายหลายสิบคนอายุต่ำกว่า 18 ปี เช่น 12 ปี, 13 ปี,15 ปี โดยแยกเด็กไปอยู่ในความดูแลของกรมคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนแล้ว

สำหรับผู้ซื้อบริการทั้ง 11 คน ขณะนี้ตำรวจระบุตัวได้ชัดเจน ทราบชื่อ นามสกุล และตำแหน่ง ซึ่งมีการตรวจสอบและแจ้งข้อหาแล้ว เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้มีสถานภาพทางสังคม เช่น ผู้ต้องหาอายุมากที่สุด 79 ปี เป็นประธานสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี, รองประธานสภา อบต.ใน อ.พุนพิน, ข้าราชการครู, แพทย์, ทหาร และลูกอดีตนักการเมืองชื่อดัง เป็นต้น

นอกจากนี้ ตำรวจพบเจ้าหน้าที่รัฐที่พยายามช่วยเหลือผู้ต้องหา คนแรก คือ นายเอ็ม เป็นเจ้าหน้าที่บ้านเด็ก ใช้ไม้ทุบตีเด็ก เพื่อบังคับเด็กให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ซื้อบริการ ซึ่งตามรายงานข่าวระบุว่าเป็นการบังคับเด็กให้กลับคำให้การ ไม่พูดชื่อผู้ต้องหาบางคน

ส่วนอีกคนเป็นรองอธิบดีกรมกิจการเด็กฯ ตำรวจระบุพฤติการณ์ว่า โทรศัพท์สั่งหัวหน้าบ้านพักเด็กให้เกลี้ยกล่อมเด็ก เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาเช่นกัน

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามเรื่องนี้ ยืนยันว่าพบพฤติกรรมของรองอธิบดีกรมกิจการเด็กฯ และครูพี่เลี้ยงในบ้านพักเด็ก พยายามแทรกแซงการทำงานของตำรวจ และข่มขู่พยานที่เป็นผู้เสียหาย ห้ามไม่ให้ข้อมูลในการขยายผลของตำรวจ

แจ้งข้อหา "รองอธิบดีฯ" ขัดขวางเจ้าหน้าที่ พ่วง ม.157

ตำรวจดำเนินคดีรองอธิบดีกรมกิจการเด็กฯ ในข้อหาขัดขวางกระบวนการสอบสวนและแทรกแซง รวมถึงปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมาตรา 157 ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อส่งสำนวนให้กับ ป.ป.ช. มีรายงานว่ารองอธิบดีฯ เคยเป็นหัวหน้าส่วนราชการใน จ.สุราษฎร์ธานี อาจจะทำให้รู้จักคุ้นเคยกับคนในพื้นที่

ส่วนอีกคนเป็นเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สุราษฎร์ธานี ชื่อ นายเอ็ม ดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมาตรา 157 ขัดขวางกระบวนการสืบสวน

ด้านนางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สั่งการให้กรมกิจการเด็กและเยาวชน ซึ่งดูแลบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สุราษฎร์ธานี รายงานข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุด เพื่อตรวจสอบให้เกิดความถูกต้อง ชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ขณะที่นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าตกใจมากที่ข้าราชการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าไปเกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหา ทั้งที่เป็นหน่วยงานที่ต้องให้ความช่วยเหลือเด็กที่ถูกกระทำ ดังนั้นนอกจากต้องเยียวยาเด็กแล้ว ผู้บริหารกระทรวงฯ ต้องเร่งย้ายผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คนออกจากตำแหน่ง และตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

ไทยพีบีเอส โทรศัพท์ติดต่อรองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนที่ถูกกล่าวหา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ผู้รับสายแจ้งว่าเป็นเลขานุการ ขณะนี้รองอธิบดีฯ ยังไม่สะดวกให้ข้อมูล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สั่งสอบปม จนท.พม.ถูกแจ้งความคดีขายบริการทางเพศเยาวชน

 

กลับขึ้นด้านบน