ศาลสงขลาอ่านคำสั่งไต่สวนคดี "ซ้อมทรมาน" ญาติเดินหน้าสู้ต่อ

ศาลสงขลาอ่านคำสั่งไต่สวนคดี "ซ้อมทรมาน" ญาติเดินหน้าสู้ต่อ

ศาลสงขลาอ่านคำสั่งไต่สวนคดี "ซ้อมทรมาน" ญาติเดินหน้าสู้ต่อ

รูปข่าว : ศาลสงขลาอ่านคำสั่งไต่สวนคดี "ซ้อมทรมาน" ญาติเดินหน้าสู้ต่อ

ศาลสงขลาอ่านคำสั่งไต่สวนคดีซ้อมทรมาน พยานหลักฐานไม่บ่งชี้ว่าถูกทำร้ายร่างกายจนหมดสติและเสียชีวิต แต่เสียชีวิตจากสมองขาดออกซิเจน ญาติระบุเดินหน้าสู้ต่อ หวังไม่ให้เกิดซ้อมทรมานอีก

หลังการต่อสู้ทางคดีมานานกว่า 2 ปี วันนี้ (9 พ.ค.2565) ศาลจังหวัดสงขลาได้อ่านคำสั่งไต่สวนการตายออนไลน์ ในคดีของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่หมดสติหลังจากถูกควบคุมตัวในค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี เมื่อปี 2562 ซึ่งพบว่า มีอาการสมองบวมและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

คดีนี้มีการสืบพยานรวมทั้งหมด 21 ปาก ศาลสั่งว่า ด้วยพยานหลักฐานที่ปรากฏ ไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่า ผู้ตายถูกทำร้ายร่างกายจนหมดสติและเสียชีวิต คำสั่งของศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ตายเสียชีวิตจากการที่สมองขาดออกซิเจน หัวใจหยุดเต้นไม่ทราบสาเหตุ ในระหว่างควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่

นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า อุปสรรคสำคัญในการทำคดีนี้ คือ การเข้าถึงพยานหลักฐานในช่วงเกิดเหตุ เพราะถูกจำกัดการเข้าถึงพยาน อีกทั้งไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิด

ทำให้ทีมทนายความมีพยานแวดล้อม แต่ก็พยายามต่อสู้ให้เห็นว่า พฤติกรรมการซ้อมทรมานเกิดขึ้นในหลายกรณีภายในศูนย์ซักถาม ซึ่งหลังจากนี้ทีมทนายความจะคัดคำเบิกความของพยาน และคำสั่งศาลเพื่อมาศึกษาอีกครั้ง และหารือกับญาติว่าจะต่อสู้ต่อ หรือฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งหรือไม่

ด้านนายมูฮำมัดรอฮมัด มามุ ญาติของผู้เสียชีวิต รู้สึกผิดหวัง แต่ก็ไม่ท้อ และตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อสู้ตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป เพราะไม่อยากให้กรณีการซ้อมทรมานขึ้นกับครอบครัวของใครอีก ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

คดีนี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2562 เจ้าหน้าที่ทหารระบุว่า พบนายอับดุลเลาะหมดสติอยู่ในห้องควบคุม ศูนย์ซักถามของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร ก่อนจะถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล โดยต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและรับการรักษาต่อเนื่อง และได้เสียชีวิตในวันที่ 25 ส.ค.2562

ทำให้น.ส.ซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของผู้ตาย ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ต่อกรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ

กลับขึ้นด้านบน