ศิริราช เปิดผลวิจัยฉีด "โมเดอร์นา-ไฟเซอร์" เข็ม 3 ในผู้สูงอายุ

ศิริราช เปิดผลวิจัยฉีด "โมเดอร์นา-ไฟเซอร์" เข็ม 3 ในผู้สูงอายุ

ศิริราช เปิดผลวิจัยฉีด "โมเดอร์นา-ไฟเซอร์" เข็ม 3 ในผู้สูงอายุ

รูปข่าว : ศิริราช เปิดผลวิจัยฉีด "โมเดอร์นา-ไฟเซอร์" เข็ม 3 ในผู้สูงอายุ

ศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เผยผลศึกษาการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ในผู้สูงอายุ พบฉีดเข้าชั้นผิวหนังให้ภูมิคุ้มกันต่ำกว่าเข้ากล้ามเนื้อ แต่ผลข้างเคียงน้อยกว่า ขณะที่การฉีดกระตุ้นด้วยโมเดอร์นาให้ภูมิสูงคุ้มกันโอมิครอนสูงกว่าไฟเซอร์

วันนี้ (10 พ.ค.2565) ศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เปิดเผยผลการศึกษาถึงการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 เข็ม 3 ในผู้สูงอายุ เกี่ยวกับการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันและความปลอดภัยของการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 (เข็มกระตุ้น) ด้วยวัคซีนโมเดอร์นา หรือไฟเซอร์ ฉีดเข้าในชั้นผิวหนังหรือกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อโรค COVID-19 รุนแรง ดังนั้นการฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 มีความจำเป็นอย่างมากเพื่อป้องกันไวรัสโอไมครอนที่ระบาดโดยส่วนใหญ่ในปัจจุบัน แต่ผู้สูงอายุอาจมีความกังวลต่ออาการข้างเคียงจากวัคซีน ส่งผลให้การยอมรับวัคซีนน้อยลง การฉีดวัคซีนเข้าในชั้นผิวหนัง ที่ใช้วัคซีนปริมาณน้อย เพียง 1 ใน 5 ของขนาดเข้าในชั้นกล้ามเนื้อ และลดการเกิดผลข้างเคียง อาจทำให้มีการยอมรับที่ดีขึ้น

การศึกษาแบบเปิดและมีการสุ่มผู้สูงอายุตัวอย่างที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ที่เคยได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกาครบ 2 เข็ม จำนวน 210 คน พบว่า ภายหลังจากที่ได้รับการฉีดกระตุ้น (เข็มที่ 3) ทำให้มีภูมิคุ้มกันต่อโอไมครอนได้เกือบทั้งหมด


การฉีดเข้าในชั้นผิวหนังให้ภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่า แต่เกิดอาการข้างเคียงตามระบบน้อยกว่าการฉีดเข้าในชั้นกล้ามเนื้อ โดยวัคซีนโมเดอร์นาให้ระดับการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่สูงกว่าวัคซีนไฟเซอร์ และมีภูมิคุ้มกันต่อโอมิครอนสูงกว่า

ข้อสรุปสำคัญ พบว่า ผู้สูงอายุจำเป็นต้องฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 จึงจะสามารถป้องกัน COVID-19 จากเชื้อโอไมครอนได้ การฉีดเข้าในชั้นผิวหนังให้ระดับภูมิคุ้มกันต่ำกว่าการฉีดเข้าในชั้นกล้ามเนื้อ แต่ระดับภูมิคุ้มกันที่ได้ยังค่อนข้างสูง โดยเฉพาะหากใช้วัคซีนโมเดอร์นา จึงอาจเป็นทางเลือกหากมีจำนวนของวัคซีนจำกัด และต้องการลดโอกาสเกิดอาการข้างเคียงตามระบบ

 

กลับขึ้นด้านบน