ผอ.ชี้ชุด นร.อนุบาลคล้ายทหารใช้มา 6 ปี ร.ร.ไม่ได้บังคับ

ผอ.ชี้ชุด นร.อนุบาลคล้ายทหารใช้มา 6 ปี ร.ร.ไม่ได้บังคับ

ผอ.ชี้ชุด นร.อนุบาลคล้ายทหารใช้มา 6 ปี ร.ร.ไม่ได้บังคับ

รูปข่าว : ผอ.ชี้ชุด นร.อนุบาลคล้ายทหารใช้มา 6 ปี ร.ร.ไม่ได้บังคับ

ผอ.โรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี ชี้แจงปมชุดนักเรียนอนุบาลคล้ายทหาร ระบุใช้มานาน 6 ปี ในกิจกรรมส่งเสริมระเบียบวินัย และรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยืนยัน โรงเรียนไม่ได้ใช้ระเบียบบังคับ แต่เป็นมติร่วมกันกับผู้ปกครอง

จากกรณีหมอแล็บแพนด้า โพสต์ตั้งคำถามภาระผู้ปกครองต้องจ่ายกรณีโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง กำหนดให้แต่งเครื่องแบบ 4 แบบใน 1 สัปดาห์ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือชุดคล้ายทหาร ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าจำเป็นหรือไม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เพิ่มรายจ่าย! ดรามาชุดนร.อนุบาล 4 แบบมี "ชุดทหาร"

วันนี้ (10 พ.ค.2565) นายณรงค์ มุกดาแสงสว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ตนย้ายเข้ามาทำหน้าที่บริหารโรงเรียนนี้เพียง 7 เดือน แต่จากการสอบถามข้อมูลครูในโรงเรียนทราบว่า ชุดเครื่องแบบนักเรียนที่เป็นประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์ขณะนี้ มีมาตั้งแต่ปี 2559 หรือประมาณ 6 ปีมาแล้ว 

สำหรับชุดคล้ายทหาร เป็นชุดเฉพาะนักเรียนชั้นอนุบาล 3 ที่ใช้ในกิจกรรมเสริม "กองพันอารักขาแผ่นดิน" เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย และรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีการผูกโยงกับเรื่องการเมืองแต่อย่างใด

กิจกรรมนี้เกิดจากการหารือในที่ประชุม และได้รับความเห็นชอบจากผู้ปกครอง ไม่ได้เป็นระเบียบข้อบังคับ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ปกครองคนใดทักท้วงมาก่อน 

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายเครื่องแบบนักเรียนนั้นประกอบด้วย ชุดนักเรียนราคา 300 - 400 บาท ซึ่งมีเงินรัฐบาลอุดหนุนคนละ 300 บาทอยู่แล้ว ส่วนชุดพละขายที่สหกรณ์โรงเรียน ราคาเริ่มต้นที่ 250 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของนักเรียน ขณะที่ชุดอาเซียนหรือผ้าประจำถิ่นเป็นเสื้อกั๊ก ที่ทำจากผ้าบ้านหนองขาวของดี จ.กาญจนบุรี ราคาอยู่ที่ 120 บาท และชุดคล้ายทหารเป็นชุดที่จ้างร้านนอกโรงเรียนตัด ราคาอยู่ที่ 300 บาท

ทั้งนี้ ผอ.โรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี ระบุว่า หลังจากนี้จะมีการจัดประชุมหารือทั้งคณะครูและผู้ปกครอง เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยหากทุกฝ่ายเห็นด้วยที่จะจัดกิจกรรม "กองพันอารักขาแผ่นดิน" ต่อไป อาจจะดำเนินการ โดยไม่ต้องซื้อชุดคล้ายทหาร หรือใช้ชุดเก่า หรือแจ้งราคาผู้ปกครองให้ไปซื้อด้วยตนเองที่ร้านนอกโรงเรียน

ขณะเดียวกัน หากได้ข้อสรุปว่าไม่เห็นด้วยที่จะจัดกิจกรรมดังกล่าวต่อไป ก็อาจจะต้องพิจารณาหากิจกรรมใหม่ที่ตรงตามวัตถุประสงค์เดิมมาทดแทน

 

กลับขึ้นด้านบน