เก็บเลือด "น้องขวัญ" ลูกเสือโคร่งเทียบ DNA หาแหล่งที่มา

เก็บเลือด "น้องขวัญ" ลูกเสือโคร่งเทียบ DNA หาแหล่งที่มา

เก็บเลือด "น้องขวัญ" ลูกเสือโคร่งเทียบ DNA หาแหล่งที่มา

รูปข่าว : เก็บเลือด "น้องขวัญ" ลูกเสือโคร่งเทียบ DNA หาแหล่งที่มา

สัตวแพทย์เก็บเลือด "น้องขวัญ" ลูกเสือโคร่งของกลางทางคดี ส่งศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ กรมอุทยานฯ ตรวจหาสารพันธุกรรมเทียบฐานข้อมูลเสือโคร่งในกรงเลี้ยง

วันนี้ (11 พ.ค.2565) นายอนันต์ ศรีผุดผ่อง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก กล่าวถึงความคืบหน้าในการดูแล "น้องขวัญ" ลูกเสือโคร่งตัวเมียของกลางทางคดีว่า ทีมสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ชุดเหยี่ยวดง และส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และทีม บก.ปทส.ร่วมกับเก็บตัวอย่างเลือดลูกเสือโคร่งปริมาณ 2 มิลลิลิตร 

สำหรับการเก็บเลือดของน้องขวัญ ชุดเหยี่ยวดง จะเพื่อส่งตรวจสารพันธุกรรมไปที่ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ กรมอุทยานฯ และนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลรหัสพันธุกรรม เสือโคร่งในกรงเลี้ยง หรือสวนสัตว์สาธารณะที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อตรวจสอบว่าเป็นลูกเสือทีลักลอบจากแหล่งเพาะเลี้ยงหรือไม่ 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

สำหรับลูกเสือโคร่งตัวนี้ มีการฝังหมายเลขไมโครชิบไว้แล้วเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากยึดจากกลุ่มลักลอบค้าสัตว์ป่า และส่งมาดูแลที่ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี ล่าสุดพบว่าลูกเสือโคร่งมีสุขภาพแข็งแรงดี อายุประมาณ 2–2.5 เดือน น้ำหนัก 7.6 กิโลกรัม กินอาหารได้ปกติ และเริ่มกินเนื้อวัวบดผสมชนิด KMR การขับถ่ายปกติ

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"น้องขวัญ" ลูกเสือโคร่งไม่เครียด-พาเดินเล่นออกกำลังกาย

"น้องขวัญ" ลูกเสือโคร่งของกลาง กินนมเก่ง-ร่าเริง

 

กลับขึ้นด้านบน