เหตุผล! ห้ามดื่ม-ทาแผล "ปัสสาวะ" ของเสียสุดอันตราย

เหตุผล! ห้ามดื่ม-ทาแผล "ปัสสาวะ" ของเสียสุดอันตราย

เหตุผล! ห้ามดื่ม-ทาแผล "ปัสสาวะ" ของเสียสุดอันตราย

รูปข่าว : เหตุผล! ห้ามดื่ม-ทาแผล "ปัสสาวะ" ของเสียสุดอันตราย

"อย.-หมอโรคไต" ออกโรงเตือนอีกครั้ง ห้ามเด็ดขาดดื่ม "ปัสสาวะ" หรือนำไปใช้ทาแผล ระบุเป็นของเสียที่ขับออกจากร่างกาย เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ผู้ป่วยโรคไต ตับ หัวใจ อาจอาการแย่ลงได้ "หมอแล็บแพนด้า" เทียบกินข้าว 1 คำมีประโยชน์มากกว่าดื่มปัสสาวะ

ไม่ใช่ครั้งแรก กับข่าวการดื่มกินน้ำปัสสาวะ ที่ถูกอ้างจากบุคคลบางกลุ่มว่าเป็นทางเลือกในการรักษาโรค กรณีล่าสุดลูกศิษย์ ของพระดังในพื้นที่ จ.ยโสธร ที่ดื่มปัสสาวะโชว์สื่อมวลชน เพราะมีความเชื่อว่ารักษาโรคได้ ทำให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย) ออกมาเตือนอีกครั้ง

ข้อมูลระบุว่า ปัสสาวะไม่ช่วยรักษาโรคได้ ปัสสาวะเป็นของเสียที่ร่างกายขับออกมา ส่วนประกอบของน้ำปัสสาวะ มีน้ำ เกลือแร่ (พบในปริมาณน้อย) ของเสียจำพวกโปรตีน (แอมโมเนีย ยูเรีย คีโตน ) อาจเจอเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรืออาจไข่พยาธิ

สรุปว่า ไม่ควรนำปัสสาวะ มาดื่ม หรือทาแผล เพราะ

  • เสี่ยงต่อการติดเชื้อ 
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคไต โรคตับ โรคหัวใจ อาจอาการแย่ลงได้
  • ได้รับสารที่เป็นพิษต่อร่างกาย
  • คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย

 

ก่อนหน้านี้ ในปี 2562 เคยมีเหตุการณ์ของคนบางกลุ่มเรื่องการใช้ปัสสาวะ เพื่อเป็นทางเลือกในการรักษาโรค ทั้งการดื่ม ทาหน้า ทาแผล และใช้ล้างตา ทำให้มีทั้งเสียงสนับสนุน และการเตือนเรื่องอาจจะมีเชื้อโรคจากปัสสาวะ ทำให้ ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง เจ้าของเพจหมอแล็บแพนด้า ก็ออกมาระบุว่าการดื่มน้ำปัสสาวะมีประโยชน์น้อยกว่าการกินข้าวหนึ่งคำ

ในปัสสาวะประกอบด้วย น้ำ 95% ยูเรีย 2.5% และแร่ธาตุอื่นๆ อีก 2.5% ซึ่งในปัสสาวะมีแร่ธาตุเยอะมากมาย แต่ถ้าสกัดแร่ธาตุออกมาแต่ละตัว กลับมีประโยชน์น้อยมาก น้อยกว่าอาหารคำเดียวที่เรากิน เปรียบข้าว 1 คำ มีประโยชน์มากกว่ากินปัสสาวะ

เช่นเดียวกับ พล.อ.ท.อนุตตร จิตตินันทน์ อายุรแพทย์โรคไตโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Anutra Chittinandana โดยระบุว่า หยุดดื่ม และแนะนำคนอื่นให้ดื่มน้ำปัสสาวะ ใครคิดจะดื่มหรือเอาปัสสาวะไปล้างหน้าหรือหยอดตา 

ในฐานะหมอโรคไต อยากให้รู้จักปัสสาวะกันก่อน ปัสสาวะผลิตจากไต โดยไตจะกรองของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการแล้ว รวมทั้งเกลือแร่ส่วนเกิน แล้วส่งผ่านท่อไตมาเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ รอจนปริมาณปัสสาวะมากพอเราจะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะออกมา

ปัสสาวะส่วนใหญ่จึงประกอบด้วยน้ำกว่า 95% นอกจากนั้นเป็นของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารของเรา เช่นยูเรีย คีโตน แอมโมเนีย และมีเกลือแร่ต่างๆ เล็กน้อย ถ้าดูจากส่วนประกอบแล้วก็เหมือนเรากินน้ำแร่นั่นเอง แต่ปริมาณแร่ธาตุก็มีอยู่น้อยมาก รวมทั้งแทบไม่มีสารอะไรที่มีปริมาณเพียงพอที่จะเป็นประโยชน์กับร่างกายเลย

พบเชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะเสี่ยงติดเชื้อ

ที่สำคัญปัสสาวะจะถูกเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ ก่อนที่เราจะปัสสาวะออกมาผ่านทางท่อปัสสาวะ ตรงนี้แหละครับที่ปัสสาวะมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคต่างๆได้ เพราะปลายท่อปัสสาวะจะอยู่ใกล้กับทวารหนักจึงมีโอกาสที่ปัสสาวะจะมีการปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย

จากการศึกษาเพาะเชื้อโรคในปัสสาวะพบว่า ถึงแม้ในคนปกติที่ไม่ได้เป็นโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ แต่ก็มีโอกาสตรวจพบเชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะ ที่อาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อได้หากดื่มในปริมาณมาก หรือเอาไปทาผิวหนังที่มีแผล โดยเฉพาะเอาไปหยอดตานี่ยิ่งมีโอกาสติดเชื้อได้

นอกจากนี้ ยังไม่มีการศึกษาวิจัยผลดี ผลเสียของการใช้ปัสสาวะมาป้องกันหรือรักษาโรค การให้ข้อมูลจากประสบการณ์ที่ว่าดื่มน้ำปัสสาวะแล้วทำให้แข็งแรง หายจากโรค จึงไม่อาจบอกว่าน้ำปัสสาวะมีประโยชน์ เพราะแค่คนเราดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ก็มีส่วนช่วยให้สุขภาพเราดีกว่าดื่มน้ำน้อย ผิวพรรณก็จะดีกว่าคนดื่มน้ำน้อย

ผลดีไม่มีข้อพิสูจน์ แต่อาจเกิดผลเสีย โดยเฉพาะอาจเกิดการติดเชื้อที่ปนเปื้อนมากับปัสสาวะ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ถ้าใครจะยังเอาปัสสาวะไปใช้ดื่ม ใช้ทาหน้า ใช้หยอดตาอยู่ก็ตัวใครตัวมัน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไขข้อข้องใจ! ฟังมุม "หมอโรคไต" เตือนก่อนคิดดื่มปัสสาวะ

ลูกศิษย์เผย "หลวงปู่" ป่วยอัลไซเมอร์ ปมถูกกล่าวหาอนาจาร

 

กลับขึ้นด้านบน