"ก้าวไกล" หวังเปลี่ยนวิธีคิดคนกรุง ย้ำความสำคัญผู้ว่าฯ - ส.ก.

"ก้าวไกล" หวังเปลี่ยนวิธีคิดคนกรุง ย้ำความสำคัญผู้ว่าฯ - ส.ก.

"ก้าวไกล" หวังเปลี่ยนวิธีคิดคนกรุง ย้ำความสำคัญผู้ว่าฯ - ส.ก.

รูปข่าว : "ก้าวไกล" หวังเปลี่ยนวิธีคิดคนกรุง ย้ำความสำคัญผู้ว่าฯ - ส.ก.

โค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง "ผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก." ผอ.เลือกตั้งพรรคก้าวไกล ยันใช้ยุทธศาสตร์เคาะประตูบ้าน ย้ำนโยบายของพรรค หวังเปลี่ยนวิธีคิดคนกรุงเทพฯ ก่อนเลือกตั้ง เผยควรเปิดศักราชใหม่ใช้สภา กทม. ตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าฯ ไม่ใช่ "สภาโต๊ะจีน"

วันนี้ (17 พ.ค.2565) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอส ยืนยันแม้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย แต่ผู้สมัครของพรรคยังคงใช้ยุทธศาสตร์เคาะประตูบ้าน เพื่อย้ำนโยบายของพรรค หวังเปลี่ยนวิธีคิดคนกรุงเทพฯ ก่อนเลือกตั้งวันที่ 22 พ.ค.นี้

สิ่งที่อยากย้ำกับคนกรุงเทพฯ ตอนนี้ ?

นายชัยธวัช กล่าวว่า คิดว่าคนกรุงเทพฯ อยู่กับปัญหาที่มันซ้ำซากเรื้อรังมานานจนชิน และยอมรับสภาพไปโดยปริยาย และคิดว่าเลือกใครก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

ดังนั้นก็จะมีคนจำนวนหนึ่งไม่ออกไปเลือกตั้ง คนอีกจำนวนหนึ่งที่ออกไปเลือก แต่ก็ไม่หวังที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงระยะยาว ก็เลือกผู้ว่าฯ ที่ดูดีที่สุดแล้วกัน นั่นคือปัญหาที่เราอยากจะสนทนากับความคิดเดิมแบบนี้

การเลือกตั้งครั้งนี้ เราไม่ได้ต้องการแค่เปลี่ยนผู้ว่าฯ เราต้องการเปลี่ยนกรุงเทพฯ และกล้าคิดที่จะเริ่มมองว่า มันมีความเป็นไปได้ในการเปลี่ยน เราต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอ พร้อมชนทุกปัญหาเพื่อคนกรุงเทพฯ

หลายคนอาจจะมองว่าจะไปทะเลาะหรือไม่ ตกลงจะมาทำงานบริหารกรุงเทพฯ หรือมาทะเลาะ คำตอบคือไม่ใช่ เพราะหากอยากจะผลักดันการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ต้องพร้อมที่จะชนกับต้นตอปัญหา

การทำงานที่เป็นจริง มีทั้งต้องเข้าไปประสานทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ต้องปะทะด้วย โดยมีเจตน์จำนงค์ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง เพื่อผลประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ เป็นที่ตั้ง และไม่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มใด

ทำไมพรรคก้าวไกลถึงให้ความสำคัญกับ ส.ก.?

นายชัยธวัช กล่าวว่า ที่ผ่านมาคนกรุงเทพฯ จำนวนมาก ให้ความสำคัญกับ ส.ก.น้อย เมื่อเทียบกับผู้ว่าฯ แต่คราวนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้เลือกพร้อมกันทั้งผู้ว่าฯ และ ส.ก. และจะเป็นเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงสภากรุงเทพฯ ด้วย เพราะที่ผ่านมาการทำงานในสภากรุงเทพฯ แทบจะเป็นแดนสนธยา ไม่มีคนรับรู้เลยว่าทำอะไรกันบ้าง

แม้จะบอกว่า มีบันทึกการประชุมในเว็บไซต์ ที่เข้าไปดูได้ แต่ก็แทบจะไม่มีกลไกเชิงรุกให้คนเข้าไปสนใจหรือมีส่วนร่วม ดังนั้นจึงต้องทำลายแดนสนธยานี้ ที่ผ่านมาสภากรุงเทพฯ มาจากหลายพรรค เป็นเหมือนโต๊ะจีน แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ เอื้อผลประโยชน์ต่อกัน ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน

คิดว่าควรจะหมดยุคสภาโต๊ะจีนแบบนี้ได้แล้ว หมดยุคแดนสนธยาแบบนี้ได้แล้ว คิดง่ายๆ เลย เอาแค่ถ่ายทอดสดการประชุมสภากรุงเทพทุกครั้ง การประชุมคณะกรรมการกรุงเทพที่สำคัญ ควรจะมีการถ่ายทอดสด ทำได้ไหม ทุกเดือนควรจะมีเหมือน Town Hall ที่คนในท้องถิ่นและผู้บริหารมาเจอกัน

พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญกับ ส.ก.เพราะผู้ว่าฯ อย่างเดียวเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ไม่ได้ ต้องมี ส.ก.ด้วย เพราะ ส.ก.เป็นกลไกสำคัญในการจัดสรรงบประมาณ รวมถึงการแก้กฎหมายระดับท้องถิ่นหรือข้อบัญญัติ หลายๆ นโยบายของพรรค เช่น การจัดการเรื่องภาษีที่ดิน หรือทำให้การขอใบอนุญาตต่างๆ โปร่งใสมากขึ้น ก็ต้องใช้ ส.ก.

หากผลเลือกตั้งไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ?

นายชัยธวัชกล่าวว่า การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น จะไม่เหมือนการเลือกตั้งระดับชาติ ปัจจัยในการตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ไม่เหมือนเลือก ส.ส. ไม่เหมือนเลือกนายกรัฐมนตรี

แต่หลายคนให้น้ำหนักว่า การเลือกตั้ง ส.ก.กับผู้ว่าฯ กทม. จะเป็นตัวชี้วัดการเลือกตั้ง ส.ส.ในสนามใหญ่ ซึ่งก็มีส่วนสัมพันธ์กันอยู่บ้าง แต่ต้องย้ำว่าไม่เหมือนเสียทีเดียว

โค้งสุดท้าย ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ของเรายังไล่หลังอยู่ แต่ช่องว่างระหว่างที่หนึ่งกับเรา ที่เชื่อว่าตอนนี้เราเป็นที่สองอยู่ มันแคบลงเรื่อยๆ ก็ยังคิดว่าในโค้งสุดท้าย ยังเป็นโอกาสเพราะว่าจะมีเวทีดีเบตเกือบทุกวัน ซึ่งต้องยอมรับว่ามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการเลือกตั้งเยอะ

แผนสำรองเผื่ออกหัก ?

นายชัยธวัชกล่าวว่า หากไม่เป็นไปตามเป้า ก็จะเป็นโอกาสที่ทำให้เห็นจุดอ่อนของตัวเอง ที่ยังต้องทำงานหนักมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ก็ถือเป็นการเริ่มทดลองทำงานกับคนกรุงเทพฯ

โดยใช้เวทีสภากรุงเทพฯ และผู้ว่าฯ ในการทำให้แนวคิดการทำงานแบบก้าวไกลเป็นรูปธรรมจับต้องได้มากขึ้น ซึ่งในยุคพรรคอนาคตใหม่ยังไม่มีโอกาสนี้ เพราะท้องถิ่นเป็นอะไรที่เป็นรูปธรรมที่ใกล้ชิดประชาชน

หากไม่ชนะก็ยังทำงานต่อ และยังมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ ซึ่งจะได้ทำงานในสิ่งที่บอกว่าคือ การเปิดเผย การถ่ายทอดการทำงานของสภากรุงเทพฯ ให้คนรับรู้ การจัดเวทีเจอกันทุกเดือน ไม่ว่าสภากรุงเทพฯ จะทำหรือเปล่า แต่พรรคก้าวไกลทำแน่นอน

สิ่งที่กังวลมากที่สุดตอนนี้คือ จะมีคนออกมาเลือกตั้งมากแค่ไหน เพราะถ้ายิ่งมีคนออกมาเลือกตั้งมาก จะทำให้ลดปัจจัยอิทธิพลจากคะแนนเสียงจัดตั้งที่มีการใช้เงิน ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีกระแสข่าวมากว่ามีการใช้เงินในการเลือกตั้งในวันที่ 22 พ.ค.นี้

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการขยายความรับรู้แนวทางการบริหารแบบก้าวไกลให้คนรู้มากที่สุด เพื่อให้คนเปลี่ยนวิธีคิดว่า ไม่ใช่แค่เปลี่ยนผู้ว่าฯ แต่เราอยากเปลี่ยน กทม.ไหม อยากลองสักตั้งไหม สิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปได้ แต่มันต้องนับหนึ่ง

กลับขึ้นด้านบน