The EXIT : ร้องถูกจัดฉากจับคดียาเสพติด-ค้าอาวุธที่สหรัฐฯ

The EXIT : ร้องถูกจัดฉากจับคดียาเสพติด-ค้าอาวุธที่สหรัฐฯ

The EXIT : ร้องถูกจัดฉากจับคดียาเสพติด-ค้าอาวุธที่สหรัฐฯ

รูปข่าว : The EXIT : ร้องถูกจัดฉากจับคดียาเสพติด-ค้าอาวุธที่สหรัฐฯ

เปิดเส้นทาง 1 ใน 3 คนไทยที่ถูกหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ รวบตัวคดีค้ายาเสพติดและอาวุธสงครามที่สหรัฐฯ เมื่อเดือน เม.ย. พร้อมสมาชิกยากูซ่า หลังครอบครัวร้องขอความเป็นธรรม โดยยืนยันว่า เขาอาจถูกจัดฉากทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตามที่ถูกกล่าวหา

 

สมภพ สิงหศิริ คือใคร

ข้อมูลจากครอบครัวของนายสมภพ  สิงหศิริ และ จากการพูดคุยข้ามประเทศกับเจ้าตัวที่ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สหรัฐฯ ยืนยันตรงกันว่า นายสมภพ สิงหศิริ อายุ 59 ปี ทำงานเป็นผู้ประสานงานด้านธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศหลายกิจการ

เขาเคยร่วมเป็นโปรโมเตอร์จัดชกมวยไทยชิงแชมป์โลกให้สถาบันมวยไทยระดับโลกหลายสถาบันมาก่อนหน้านี้

ปัจจุบัน นายสมภพ ได้รับโควตานำเข้าวัคซีนโควิด-19 จากสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจัดโครงการศึกษาดูงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกัญชา และจัดการแข่งขันชกมวยไทยรายการ “โอเพนไทยแลนด์” เพื่อโปรโมทการเปิดประเทศไทย ทำให้นายสมภพต้องเดินทางไปสหรัฐฯ บ่อยครั้ง

ข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องธุรกิจมืด

 

ไม่กี่ชั่วโมงหลังเดินทางถึงสหรัฐฯ ในวันที่ 5 เม.ย. 2565 นายสมภพ สิงหศิริถูกเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด สหรัฐอเมริกา หรือ DEA ควบคุมตัว

สื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ DEA จับนายทาเคชิ เอบิซาวะ อายุ 57 ปี  เป็นระดับหัวหน้าองค์กรอาชญากรรมของญี่ปุ่น หรือ ที่รู้จักกันว่า “ยากูซ่า” พร้อมด้วยคนไทยอีก 3 คน คือ นายสุขสันต์ จุลนันท์ อายุ 53 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บ๊อบบี้” นายสมภักดิ์ รักษ์สราณี อายุ 55 ปี และ นายสมภพ สิงหศิริ ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและการค้าอาวุธข้ามชาติ



DEA ระบุในข้อกล่าวหาว่า นายเอบิซาวะ และคนไทยอีก 2 คน คือ นายสุขสันต์ กับนายสมภักดิ์ สมคบคิดกันเป็นนายหน้าซื้อขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ (Surface-to-air missiles – SAMs) ที่ผลิตในสหรัฐฯ รวมถึงอาวุธหนักอื่น ๆ เพื่อนำไปขายกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์อย่างน้อย 2 กลุ่มในเมียนมา  และ ทั้งสามคนยังรับเฮโรอีนและไอซ์ในปริมาณมากเพื่อจำหน่ายเป็นค่าอาวุธ

เครือข่ายอาชญากรข้ามชาติของนายเอบิซาวะครอบคลุม ญี่ปุ่น ไทย เมียนมา ศรีลังกาและสหรัฐฯ

ส่วนนายสมภพถูกควบคุมตัวในภายหลัง เขาถูกตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดเพื่อนำเข้ายาเสพติดและสมรู้ร่วมคิดเพื่อครอบครองอาวุธปืน รวมถึงปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้าง มีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต

ข้อเท็จจริงจากฝั่งครอบครัวสมภพ

ข้อมูลจากลูกชายภรรยาคนปัจจุบันของนายสมภพ ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุนายสมภพได้รับการติดต่อจากทนายคนไทยคนหนึ่งเสนอให้ร่วมธุรกิจนำเข้าอาวุธปืนสั้นจากสหรัฐฯ เพื่อนำมาจำหน่ายให้หน่วยงานความมั่นคงไทยในรูปแบบสวัสดิการ พร้อมเสนอออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเมื่อไปถึงสหรัฐฯ จะมีค่าใช้จ่ายให้ส่วนหนึ่ง  นายสมภพ เห็นว่า ตนเองต้องเดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อติดต่อธุรกิจอื่น ๆ อยู่แล้ว จึงตกลงรับข้อเสนอ


เมื่อไปถึงสหรัฐฯ พวกนั้นก็มารับที่สนามบิน   18.00 น.เช็คอินเข้าโรงแรมโดยใช้ชื่อของพวกที่มารับ จากนั้นก็ให้สมภพขึ้นไปบนห้อง โดยทุกคนนั่งรอที่ล็อบบี้ตลอดเฝ้าไม่ให้ไปไหน แล้วก็พาไปกินข้าว ระหว่างนั้นสมภพสอบถามเกี่ยวกับปืนพกสั้นถูกกฎหมายที่คุยกันตั้งแต่เมืองไทย แต่พวกที่มารับ บอกว่า มีแต่อาวุธสงคราม สมภพจึงตอบว่าไม่เอาเพราะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย พวกนั้นยังชักชวนให้มาทำงานร่วมกับพวกเขา แต่สมภพไม่เอาด้วยก็เลยถูกคนเหล่านั้นแสดงตัวเข้าจับกุม

ข้อกล่าวหาของอัยการสหรัฐอเมริกา ในเอกสารรายงานคำฟ้อง 23 หน้า ระบุว่า วันที่ 16 มิ.ย. 2564  สายลับของ DEA ล่อซื้อยาเสพติด ชนิดเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ หรือไอซ์ ที่ความบริสุทธิ์ 98% น้ำหนัก 979 กรัม ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

 

 

ต่อมาวันที่ 27 ก.ย. 2564 สายลับ DEA นัดส่งมอบตัวอย่างเฮโรอีน 4 ห่อในถุงพลาสติกใส 1 ใบ ที่ลานจอดรถโรงแรมแห่งเดียวกัน โดยจ่ายเป็นเงินสด 443,815 บาท (ราว 17,000 ดอลลาร์สหรัฐ)

เอกสารยังอ้างถึงการบันทึกเสียงและข้อความสนทนาใน Whatsapp ระบุว่า การซื้อ-ขายยาเสพติดเป็นไปด้วยดี

นายสมภพ ยืนยันว่า เขาไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อ-ขายยาเสพติด พร้อมระบุว่าช่วงเวลาดังกล่าว เขาเดินทางไปโรงแรมที่เกิดเหตุตามคำชักชวนของทนายความคนหนึ่ง (คนเดียวกับที่ชักชวนให้สมภพทำธุรกิจนำเข้าปืนพกสั้น) โดยนายสมภพ เข้าใจว่า กลุ่มนักธุรกิจคนจีนที่พบทำธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อ-ขายถั่งเช่า

ผมไปแต่ก็บอกว่าไม่ยุ่งนะ  เขา (ทนายความ)เป็นคนขอร้องให้ต้องไปให้หน่อย ผมไม่รู้จักกับคนจีน เป็นคำขอร้อง คือจริง ๆ เราไม่ได้ไปหรอก แต่ว่าคนที่สร้างหลักฐานจะพยายามสร้างว่า เฮ้ย ช่วยไปหน่อย ไม่รู้จักใครเลย คือจริง ๆ  เขาอยากให้เราไปหาพวกนั้น แต่เราไม่รู้จักใคร

ส่วนหลักฐานที่อ้างว่าเป็นแช็ตสนทนาซื้อขายยาเสพติดนั้น ครอบครัวของนายสมภพยืนยันว่า เป็นหลักฐานเท็จ ที่เกิดขึ้น หลังจาก Whatsapp ของนายสมภพมีปัญหา


คุณสมภพเล่าว่ามีการใช้ช่องทางไอทีล้วงข้อมูลแล้วก็รหัสผ่าน มีการแฮ็กเข้าไปใน Whatsapp จากนั้นก็มีปัญหาในการเข้าระบบ ไอดีของคุณสมภพไม่สามารถใช้งานได้  น้องสาวของผมพยายามช่วยแก้ไขหรือกู้คืนไอดีแต่แก้ไขอะไรไม่ได้ และไม่ได้แจ้งความใด ๆ แล้วก็มาเป็นปัญหาจนปัจจุบันว่าถูกนำไอดีมาสร้างเป็นหลักฐานแล้วก็ให้คนเหล่านั้นมาใช้ในการยัดข้อหาหรือดำเนินคดี


ครอบครัวของนายสมภพที่อยู่ในประเทศไทยร้องขอความเป็นธรรมไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม และสถานทูตไทยในสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ประสานการนำตัวนายสมภพ กลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย เพราะเชื่อว่า จะได้รับความเป็นธรรม


เราร่างหนังสือโดยอ้างถึงอาการป่วยเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินแล้วก็เรื่องภาษาที่ใช้ในการสื่อสารซึ่งท่านอาจพอสนทนาได้ แต่ถ้าเป็นภาษาที่เป็นทางการหรือภาษากฎหมายที่เป็นภาษาอังกฤษ ท่านก็มีปัญหาอยู่ครับ  ส่วนอีกเรื่องก็เรื่องความยุติธรรม เราก็อยากให้ท่านได้กลับมาเพื่อไต่สวนแล้วก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ไทย

พวกเขามองว่า เรื่องที่เกิดขึ้นขึ้นกับนายสมภพเป็นการกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง และ เป็นข้อกล่าวหาที่มีโทษหนัก  ประเด็นสำคัญที่หยิบยกมาพูดถึงคือ นายสมภพไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกกล่าวหามาก่อน อีกทั้ง เรื่องที่ถูกกล่าวหาส่งผลต่อประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรพิสูจน์ความจริงให้กระจ่าง

 

เรื่องที่เขากล่าวหามันเป็นเรื่องใหญ่มีผลต่อประเทศชาติ มีผลต่อชื่อเสียงของประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หากเป็นจริงน่าจะเป็นเรื่องใหญ่แล้วก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลของเราต้องเคลียร์ให้ชัดเจนว่าขบวนการนี้มันเป็นขบวนการที่มีจริงไหม ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือคุณสมภพมีส่วนพัวพันจริงหรือเปล่าหรือเป็นแค่เหยื่อที่ถูกล่อลวงให้ไปที่สหรัฐอเมริกา เพื่อที่จะได้ยัดข้อหาแล้วเรียกเงินเพื่อรอดจากคดี


ปัจจุบันนายสมภพถูกควบคุมตัวในสถานที่กักขังก่อนขึ้นพิจารณาคดีในชั้นศาล ต่อคณะลุกขุน ตามที่อัยการของสหรัฐ จะยื่นฟ้อง โดยมีทนายความอาสา ทำหน้าที่ ให้ความช่วยเหลือการต่อสู้คดี

 

กลับขึ้นด้านบน