"วาฬบรูด้า" ขนาด 11 เมตรตายชายฝั่งบางขุนเทียน

"วาฬบรูด้า" ขนาด 11 เมตรตายชายฝั่งบางขุนเทียน

"วาฬบรูด้า" ขนาด 11 เมตรตายชายฝั่งบางขุนเทียน

รูปข่าว : "วาฬบรูด้า" ขนาด 11 เมตรตายชายฝั่งบางขุนเทียน

ทช.เร่งชันสูตรซากวาฬบรูด้า ขนาดความยาวกว่า 11 เมตร ขนาด 10 ตันเกยตื้นตาย เขตรอยต่อชายฝั่งบางขุนเทียน และพันท้ายนรสิงห์ เบื้องต้นพบรอยช้ำบริเวณท้องวาฬบรูด้า ยังไม่รู้ว่าเป็นตัวที่เคยตั้งชื่อไว้หรือไม่

กรณีชาวบ้านแจ้งพบซากวาฬบรูด้า ลอยอืดมาติดชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน กทม.เขตรอยต่อ กับต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จึงได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ 

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2565 นายสุรศักดิ์ ทองสุกดี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พร้อมด้วย น.ส.พัชราภรณ์ เยาวสุต นักวิชาการประมงปฏิบัติการ น.ส.ราชาวดี จันทรา นายสัตวแพทย์ปฎิบัติการ นำทีมเข้าไปผ่าพิสูจน์ซากวาฬบรูด้า 

พบเป็นซากวาฬบรูด้า ยังไม่สามารถระบุเพศได้ชัด แต่สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นตัวเมีย มีความยาว 11.3 เมตร น้ำหนัก 10 ตันสภาพทั่วไปผิวหนังเริ่มเปื่อยยุ่ย ส่งกลิ่นเน่าเหม็น ระบุไม่ได้ว่าตายมากี่วันแล้ว ตายด้วยสาเหตุอะไร 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เก็บชิ้นเนื้อ และจะนำกระดูกไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ของศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก (สมุทรสาคร) เบื้องต้นพบรอยช้ำที่บริเวณท้องวาฬด้วย แต่ไม่ชัดว่าเป็นรอยช้ำขณะวาฬยังมีชีวิต หรือตายแล้ว รวมทั้งต้องดูว่าเป็นวาฬตัวที่เคยตั้งชื่อไว้หรือไม่ 

 

ด้านเจ้าของร้านอาหารรักทะเล ที่อยู่ใกล้กับแหล่งที่พบซากวาฬบรูด้า บอกว่า ช่วงเย็นวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ชาวประมงที่ออกเรือแถวๆ ชายทะเลพบซากวาฬลอยอยู่ แต่ยังไม่ลอยมาติดริมป่าชายเลน กระทั่ง พบว่ามีซากวาฬลอยเข้ามาติด จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งในพื้นที่แถบนี้ไม่เคยพบซากวาฬตายมาก่อน 

 

สำหรับวาฬบรูด้าในทะเลอ่าวไทย มีประชากร 60–80 ตัวมีการตั้งชื่อวาฬบรูด้าไว้แล้วกว่า 50 ตัวตามอัตลักษณ์ โดยปี 2562 ช่วงเดือนมิ.ย. เคยมีรายงานวาฬบรูด้าขนาดใหญ่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ขณะที่ในปี 2557 ก็มีรายงานวาฬบรูด้าขนาดความยาวประมาณ 8 เมตร น้ำหนัก 8-9 ตันตายอีก 1 ตัว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"วาฬบรูด้า" เกยตื้นตายอีก 1 ตัวใกล้ป้อมพระจุลฯ

"สุรศักดิ์ ทองสุกดี" คนเฝ้าวาฬบรูด้า

ร่งไขปริศนา! 1 เดือน "วาฬบรูด้า" ตาย 3 ตัว-ล่าสุดโผล่ทะเลชุมพร

 

 

    พบซากวาฬบรูด้าลอยตายขึ้นอืดติดป่าชายเลนปากอ่าวสมุทรสาคร

 

วันที่21พฤษภาคม2565ชาวบ้านแถบชายทะเลปากอ่าวสมุทรสาครได้พบซากวาฬขนาดใหญ่ลอยเข้ามาติดบริเวณป่าชายเลนในเขตพื้นที่รอยต่อระหว่างหมู่ที่8ต.พันท้ายนรสิงห์อ.เมืองจ.สมุทรสาครกับเขตบางขุนเทียนกรุงเทพฯจึงได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบโดยการนำของนายวัฒนาพรประเสริฐผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาครพร้อมด้วยนายพรเทพทองดีผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมและประสานงานเครือข่ายสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่8(สมุทรสาคร)นายสัตวแพทย์จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก(สมุทรสาคร)และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก(ฉะเชิงเทรา)พร้อมกับทำการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อส่วนต่างๆที่สำคัญเพื่อนำไปตรวจหาสายพันธุ์เพศอายุและสาเหตุการตายตลอดจนข้อมูลอื่นๆที่สำคัญต่อการดำรงอยู่และการตายของวาฬ
สำหรับซากวาฬที่พบตัวนี้จากการตรวจสอบในเบื้องต้นเป็นวาฬสายพันธุ์บรูด้าที่ยังคงมีอยู่ในอ่าวไทยประมาณ60–80ตัวขณะที่เพศนั้นยังระบุที่ชัดเจนไม่ได้แต่คาดว่าน่าจะเป็นเพศเมียขนาดความยาวตลอดลำตั้งตั้งแต่หัวจรดหางอยู่ที่11.3เมตรน้ำหนักไม่ต่ำกว่า10ตันสภาพโดยทั่วไปผิวหนังเริ่มเปื่อยยุ่ยส่งกลิ่นเน่าเหม็นแต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าตายมากี่วันแล้วและตายด้วยสาเหตุอะไรเพราะสภาพผิวหนังภายนอกไม่พบการฟกช้ำแต่อย่างใดทั้งสิ้นรวมถึงอายุของวาฬบรูด้าตัวนี้ก็ยังไม่สามารถบอกได้ซึ่งทางสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะต้องนำชิ้นเนื้อและส่วนต่างๆที่เก็บตัวอย่างไว้ไปตรวจพิสูจน์ให้ชัดเจนเสียก่อน
สำหรับการดำเนินการกับซากวาฬบรูด้าตัวนี้คือทางเจ้าหน้าที่จะต้องชำแหละชิ้นเนื้อออกจากกระดูกให้หมดจากนั้นจะนำกระดูกไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ของศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก(สมุทรสาคร)เนื่องจากวาฬบรูด้าเป็นสัตว์ป่าสงวนส่วนชิ้นเนื้อที่ชำแหละแล้วก็ได้ประสานกับทางนายกสมาคมการประมงสมุทรสาครขออวนเอามาล้อมไว้เพื่อนำไปฝังกลบไม่ให้ลอยกลับลงไปในทะเลอันจะเป็นการทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำและสร้างมลภาวะให้กับทางทะเล
ด้านเจ้าของร้านอาหารรักทะเลซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่งที่พบซากวาฬบรูด้าบอกว่าก่อนหน้านี้เมื่อประมาณช่วงเย็นของวานนี้(20พ.ค.)มีชาวประมงที่ออกเรือแถวๆชายทะเลพบซากวาฬลอยอยู่แต่ยังไม่ลอยมาติดริมป่าชายเลนจนกระทั่งเมื่อเช้านี้ตนก็พบว่ามีซากวาฬลอยเข้ามาติดจึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบซึ่งในพื้นที่แถบนี้ไม่เคยพบซากวาฬตายมาก่อนเลยจะมีก็เพียงแค่โลมาเท่านั้น

กลับขึ้นด้านบน