"ฝีดาษลิง" พบติดเชื้อแล้วกว่า 100 คน ใน 15 ประเทศ

"ฝีดาษลิง" พบติดเชื้อแล้วกว่า 100 คน ใน 15 ประเทศ

"ฝีดาษลิง" พบติดเชื้อแล้วกว่า 100 คน ใน 15 ประเทศ

รูปข่าว : "ฝีดาษลิง" พบติดเชื้อแล้วกว่า 100 คน ใน 15 ประเทศ

"ฝีดาษลิง" พบติดเชื้อแล้วไม่ต่ำกว่า 100 คน ใน 15 ประเทศ ขณะที่ไทยตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ความเสี่ยงของฝีดาษลิงต่อสาธารณชนยังอยู่ในระดับต่ำ แต่หลายประเทศเริ่มเตรียมความพร้อมรับมือกันอย่างเต็มที่

ตามปกติโรคฝีดาษลิงจะมีความรุนแรงน้อยกว่าโรคฝีดาษ แม้ว่าจะเกิดจากเชื้อไวรัสก่อโรคในตระกูลเดียวกันก็ตาม โดยโรคฝีดาษลิงแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์หลัก สายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก ซึ่งมีความรุนแรงน้อยกว่า สายพันธุ์แอฟริกากลาง


สำหรับอาการของโรคอาจมีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต อ่อนเพลีย และง่วงซึมนอกจากนี้ ผู้ติดเชื้อจะมีผื่นขึ้นตามลำตัว เริ่มจากบริเวณใบหน้า ก่อนที่จะกระจายไปยังส่วนอื่นๆ และกลายเป็นตุ่มหนอง

ผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงส่วนใหญ่จะหายจากโรคภายในเวลาประมาณ 2 - 4 สัปดาห์ โดยไม่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ปัจจุบันโรคฝีดาษลิงยังต้องรักษาตามอาการ ในขณะที่วิธีรับมือที่ดีที่สุดยังเป็นการกักตัวและรักษาสุขอนามัย

ด้านข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า วัคซีนไข้ทรพิษมีประสิทธิภาพในการป้องกันฝีดาษลิงสูงถึงร้อยละ 85

พบระบาดเพิ่มในอีก 3 ประเทศ

อิสราเอล สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย เป็น 3 ประเทศ ล่าสุดที่ยืนยันพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิง ทำให้เวลานี้มีประเทศที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 15 ประเทศแล้ว 

ตามปกติการระบาดของโรคฝีดาษลิง ส่วนใหญ่จะพบในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลางเป็นหลัก การพบผู้ติดเชื้อในประเทศที่ไม่ใช่ถิ่นการระบาดของโรค ทำให้องค์การอนามัยโลกต้องหันมาเฝ้าระวังมากเป็นพิเศษ

 

องค์การอนามัยโลกตั้งสมมติฐานว่า การระบาดของโรคฝีดาษลิงระลอกล่าสุด อาจมีต้นกำเนิดจากการมีเพศสัมพันธ์ แล้วแนวโน้มการพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณว่าโลกอาจเผชิญการระบาดใหญ่ซ้ำรอยโควิด-19 หรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ตั้งข้อสังเกตว่า โรคฝีดาษลิงไม่น่าแพร่กระจายเป็นวงกว้าง จนกลายเป็นโรคระบาดใหญ่เหมือนโควิด-19 เนื่องจากฝีดาษลิงติดต่อจากการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง แผลพุพองหรือตุ่มหนองของคนหรือสัตว์ที่ติดเชื้อโดยตรง หรือถูกสัตว์ที่ติดเชื้อกัด

ขณะที่โควิด-19 สามารถติดต่อกันผ่านละอองฝอยขนาดเล็ก ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ทำให้อัตราการแพร่เชื้อสูงกว่ามาก

การพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงในช่วงเวลาที่หลายประเทศทั่วโลกเริ่มทยอยเปิดการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นเศรษฐกิจจากโควิด-19

 

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา สวทช. ย้ำความสำคัญของการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวให้จริงจัง

ด้าน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยอมรับว่า ต้องมีการเฝ้าระวังแต่ขอให้อย่าตื่นตระหนกมากจนเกินไป

ขณะที่ องค์การอนามัยโลก เตือนว่า การรวมตัวทำกิจกรรมสังสรรค์ต่างๆ ในช่วงฤดูร้อนของโลกตะวันตก อาจทำให้โรคนี้อาจแพร่ระบาดเร็วขึ้น ขณะที่การขยายการเฝ้าระวังในประเทศที่ไม่ใช่ถิ่นการระบาด อาจทำให้พบจำนวนผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
 
 
 
 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน