ก่อเหตุซ้ำ! จับ "หมอปลอม" สวมรอยเป็นหมอเสริมความงาม

ก่อเหตุซ้ำ! จับ "หมอปลอม" สวมรอยเป็นหมอเสริมความงาม

ก่อเหตุซ้ำ! จับ "หมอปลอม" สวมรอยเป็นหมอเสริมความงาม

รูปข่าว : ก่อเหตุซ้ำ! จับ "หมอปลอม" สวมรอยเป็นหมอเสริมความงาม

ตำรวจ ปคบ.จับหมอปลอม ทำทีเปิดคลินิกเพื่อเอาข้อมูลแพทย์จริงไปสวมรอยสมัครงานคลินิกเสริมความงาม ตรวจสอบพบเพิ่งพ้นโทษเมื่อปี 2564 แต่กลับมาก่อเหตุซ้ำ

วันนี้ (26 พ.ค.2565) ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) นำหมายจับเข้าแสดงต่อ น.ส.ณัฐชานันท์ เพื่อจับกุมตามหมายจับ กรณีเป็นผู้ต้องหาก่อเหตุให้บริการเสริมความงามโดยไม่มีใบอนุญาต และไม่ได้เป็นหมอเสริมความงามแต่อย่างใด

พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. เปิดเผยว่า ผู้ต้องหามีชื่อเป็นที่รู้จักในวงการเสริมความงาม ว่า “หมอแนน” ก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้งรวม 13 คดี ล่าสุดถูกจับเมื่อปี 2559 และถูกจำคุก 5 ปี พ้นโทษออกมาเมื่อเดือน ส.ค.2564

ตำรวจติดตามพฤติกรรม ปรากฏว่ากลับมาทำผิดซ้ำ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ 3 ข้อหา คือ ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต, ใช้คำหรือข้อความที่แสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาต่างๆ และฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น

พ.ต.อ.เนติ ระบุอีกว่า พฤติกรรมคือ สวมชื่อแพทย์จริงและปลอมแปลงเอกสาร เพื่อยื่นสมัครงานในคลินิกเสริมความงามต่างๆ คดีล่าสุดถูกจับปี 2559 และเพิ่งพ้นโทษออกมา แต่ยังทำผิดซ้ำซาก โดยทำทีเปิดคลินิกเสริมความงาม ประกาศรับสมัครแพทย์เสริมความงาม จากนั้นนำข้อมูลของแพทย์ที่มาสมัครไปสวมรอยสมัครทำงานในคลินิกอื่น

หลังสอบสวนแล้วเสร็จ พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวผู้ต้องหาขออำนาจศาลฝากขัง พร้อมแนบท้ายคำร้องขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีท่าทีสำนึกผิดและกระทำผิดซ้ำหลายครั้ง

 

ขณะที่ นพ.ภาณุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวถึงการดำเนินการกับคลินิกเสริมความงามที่ผู้ต้องหาทำงานอยู่ในปัจจุบัน เบื้องต้นสั่งปิดให้บริการ 30 วัน และจะตรวจสอบว่ามีส่วนรู้เห็นกับผู้ต้องหาในกรณีสวมรอยแพทย์อื่นหรือไม่

รวมถึงจะพิจารณาดำเนินคดีเจ้าของคลินิก กรณีไม่มีความละเอียดรอบคอบตรวจสอบประวัติของแพทย์ผู้สมัคร เนื่องจากกรณีที่เป็นแพทย์ปลอมสวมใบแพทย์จริงเพื่อบริการความงามนั้น ส่งผลกระทบต่อการบริการและสุขภาพของผู้ใช้บริการ ซึ่งถือเป็นภัยสังคม

นอกจากนี้ยังเตือนแพทย์เสริมความงามที่ยื่นใบสมัคร เพื่อทำงานในคลินิกเสริมความงาม ขอให้ตรวจสอบสถานพยาบาล สถานบริการความงามให้รอบคอบ และขอให้ตรวจสอบว่ามีใบอนุญาตเปิดสถานบริการความงามถูกต้องหรือไม่ เพื่อไม่ให้ตกเป็นผู้เสียหายหรือถูกนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิดกฎมหาย

ส่วนผู้ใช้บริการในสถานบริการเสริมความงามต่างๆ สามารถตรวจสอบชื่อแพทย์ผู้ให้บริการในเว็บไซต์ของแพทยสภา หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่สายด่วน 1462

 

กลับขึ้นด้านบน