ภรรยา "บิลลี่" ร้องอัยการสูงสุด เร่งรัดคดีฆาตกรรม-เผาหมู่บ้านบางกลอย

ภรรยา "บิลลี่" ร้องอัยการสูงสุด เร่งรัดคดีฆาตกรรม-เผาหมู่บ้านบางกลอย

ภรรยา "บิลลี่" ร้องอัยการสูงสุด เร่งรัดคดีฆาตกรรม-เผาหมู่บ้านบางกลอย

รูปข่าว : ภรรยา "บิลลี่" ร้องอัยการสูงสุด เร่งรัดคดีฆาตกรรม-เผาหมู่บ้านบางกลอย

“มึนอ” ภรรยา “บิลลี่” ร้องขอให้อัยการสูงสุดเร่งรัดคดีเผาหมู่บ้านบางกลอย ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และคดีฆาตกรรมบิลลี่ หลังคดีผ่านมาแล้วกว่า 10 ปี ยังไม่สั่งฟ้อง

วันนี้ (26 พ.ค.2565) นางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยาของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม และขอให้เร่งรัดการสั่งคดีที่เกี่ยวข้องกับการเผาหมู่บ้านใจแผ่นดิน บางกลอย บนในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เมื่อปี 2554 และคดีการฆาตกรรมนายบิลลี่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีสั่งฟ้องคดี

 

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า คดีการเผาหมู่บ้านใจแผ่นดินที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2554 มีการกล่าวหานายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งได้ตรวจสอบกับอัยการคดีปราบปรามทุจริตภาค 7 ล่าสุดพบว่าหลังจากที่สำนักงาน ป.ป.ท. ทำสำนวนส่งมาให้อัยการแล้ว พร้อมแจ้งข้อกล่าวหากับนายชัยวัฒน์ ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 แต่อัยการมีความเห็นว่าควรแจ้งข้อหาเพิ่ม คือวางเพลิงเผาทรัพย์ และทำให้เสียทรัพย์ จึงส่วสำนวนให้ ป.ป.ท.ทำสำนวนใหม่อีกครั้ง ซึ่งจากการประชุมกันทั้งสองฝ่ายแล้วยังหาข้อยุติไม่ได้ เนื่องจากหากสั่งฟ้องไปเพียงข้อหาเดียวก่อน และฟ้องข้อหาอื่นภายหลังจะทำให้เป็นการฟ้องซ้ำ และทำให้คดีมีความเสียหายได้ แต่จนถึงขณะนี้ ป.ป.ท.ยังไม่ส่งสำนวนกลับมายังอัยการ

 

ส่วนคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์ ข้อหาฆ่าผู้อื่น และข้อหาอื่น ๆ ซึ่งเมื่อส่งสำนวนมาให้อัยการได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในบางข้อหา และดีเอสไอมีความเห็นแย้งอัยการ และสอบสวนพยานเพิ่มเติม ก่อนที่ส่งมาให้สำนักงานชี้ขาดคดีเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาสำนวนคาดว่าเร็ว ๆ นี้ จะมีความเห็นทางคดี

นายประยุทธ ยังกล่าวว่า ในคดีแรกที่ ป.ป.ท.ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา ตามกฎหมายแล้วไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าจะต้องมาให้อัยการเมื่อใด แต่คาดว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนที่คดีจะหมดอายุความ

 

ด้านนายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่า คดีนี้ผ่านมาแล้วกว่า 11 ปี จนทำให้ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ที่มีอายุความ 10 ปี สิ้นสุดลงไป แต่ยังเหลืออีก 2 ข้อหาที่ยังต้องติดตามว่า ป.ป.ท.จะส่งสำนวนมาให้อัยการเมื่อใด อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่าก่อนหน้านี้ที่ ป.ป.ท.มีความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์ ตามมาตรา 157 ไป แต่หากอัยการเห็นควรจะแจ้งข้อกล่าวหาใดเพิ่มก็สามารถแจ้งได้ทันที ไม่ต้องรอกระบวนการส่งกลับสำนวน เนื่องจากจะทำให้คดีมีความล่าช้า และทำให้คล้ายกับการประวิงเวลาจนทำให้คดีหมดอายุความ

 

กลับขึ้นด้านบน