"ไบเดน" เปิดทำเนียบขาวต้อนรับ "BTS" หารือปม "Asian Hate" 31 พ.ค.นี้

"ไบเดน" เปิดทำเนียบขาวต้อนรับ "BTS" หารือปม "Asian Hate" 31 พ.ค.นี้

"ไบเดน" เปิดทำเนียบขาวต้อนรับ "BTS" หารือปม "Asian Hate" 31 พ.ค.นี้

"โจ ไบเดน" ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เปิดทำเนียบขาว ต้อนรับวงบอยแบนด์ K-POP ระดับโลก BTS เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังที่มีต่อชาวเอเชีย ในวันที่ 31 พ.ค.นี้

รูปข่าว : "ไบเดน" เปิดทำเนียบขาวต้อนรับ "BTS" หารือปม "Asian Hate" 31 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2565 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า วงบอยแบนด์ K-POP ระดับโลก BTS เตรียมเข้าหารือร่วมกับ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาความเกลียดชังชาวเอเชีย ในวันที่ 31 พ.ค.นี้ โดยพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมในภูมิภาคเอเชีย พร้อมไปเยือนประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี


สำหรับวง BTS ซึ่งประกอบด้วยเมมเบอร์ 7 คน ทั้ง RM, Jimin, J-Hope, Suga, Jin, Jimin, V และ Jungkook นับเป็นบอยแบนด์ที่ประสบความสำเร็จและโด่งดังไปทั่วโลก การันตีด้วยรางวัลมากมาย รวมถึงการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy Awards

นอกจากสื่อสารกับเหล่า "Army" (ชื่อแฟนคลับ) ผ่านผลงานเพลงแล้ว วง BTS ยังได้สื่อสารถึงปัญหาทางสังคมผ่านโซเชียล โดยเฉพาะปัญหาความเกลียดชังทางเชื้อชาติไปยังผู้คนทั่วโลกอีกด้วย


ก่อนหน้านี้เกิดเหตุก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชังเชื้อชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหตุสะเทือนขวัญการยิงชาวเอเชียที่สปา 3 แห่งในแอตแลนตา BTS ได้สื่อสารเกี่ยวกับประเด็นนี้ผ่านทางทวิตเตอร์ผ่านแฮชแท็ก #StopAsianHate และ #StopAAPIHate ซึ่งถูกรีทวีตมากกว่า 1 ล้านครั้ง และมียอดกดไลก์มากกว่า 2.5 ล้านครั้ง

ทวีตดังกล่าว มีข้อความเป็นภาษาเกาหลี และภาษาอังกฤษ โดยระบุว่า พวกเราจำช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติในฐานะชาวเอเชีย รวมถึงการต้องทนกับคำสบถโดยไม่มีเหตุผล หรือแม้แต่ถูกเยาะเย้ยรูปลักษณ์ กระทั่งเคยถูกถามด้วยซ้ำว่าทำไมคนเอเชียถึงพูดภาษาอังกฤษ 


พวกเราไม่สามารถบรรยายความเจ็บปวดที่มาจากความเกลียดชังและความรุนแรงด้วยเหตุผลเหล่านี้ได้ แต่ประสบการณ์ที่เผชิญมากนั้นไม่สำคัญเลย เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์เหล่านี้เพียงพอที่จะทำให้พวกเรารู้สึกไร้อำนาจและพรากความภาคภูมิใจในตนเองไป

พวกเราขอส่งเสียงเพื่อยืนหยัดต่อต้านการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ และขอประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น คุณ ผม และเราทุกคน มีสิทธิ์ที่จะได้รับการเคารพ และพวกเราพร้อมจะยืนหยัดไปด้วยกัน

 
รายงานล่าสุดจาก The Center for the Study of Hate and Extremism พบว่า อัตราการก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชังต่อชาวเอเชียเพิ่มขึ้น 339% ในปี 2564 โดยที่นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก และลอสแองเจลิส ล้วนมีรายงานเพิ่มขึ้นมากกว่าสถิติที่บันทึกไว้ในปี 2563

 

ที่มา : CNN, Billboard

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

BTS ร่วมกล่าวสุนทรพจน์เวทีประชุมสมัชชาใหญ่ UN

BTS ส่งเคมเปญ #EndViolence ชวนยุติความรุนแรงต่อเด็ก

 

 

กลับขึ้นด้านบน