ครอบครัวประกอบพิธีบรรจุอัฐิ - แม่ขอให้ "แตงโม" ไปอยู่บนสวรรค์กับพระเจ้า

ครอบครัวประกอบพิธีบรรจุอัฐิ - แม่ขอให้ "แตงโม" ไปอยู่บนสวรรค์กับพระเจ้า

ครอบครัวประกอบพิธีบรรจุอัฐิ - แม่ขอให้ "แตงโม" ไปอยู่บนสวรรค์กับพระเจ้า

รูปข่าว : ครอบครัวประกอบพิธีบรรจุอัฐิ - แม่ขอให้ "แตงโม" ไปอยู่บนสวรรค์กับพระเจ้า

“แม่แตงโม” ยืนยันว่าส่งโทรศัพท์ให้ "บังแจ็ค" คิดดีแล้วถึงส่งให้ไปกู้ไฟล์ภาพเพื่อนำมาดำเนินคดีฆาตกรรม ขณะที่ "มงคลกิตติ์ จะปกป้อง "บังแจ็ค" เพราะเป็นผู้ที่ช่วยตรวจสอบพยานหลักฐาน และพร้อมสู้คดีให้

วันนี้ (28 พ.ค.2565) ครอบครัวของ น.ส.นิดาพัชรวีระพงษ์ (แตงโม) ร่วมกันประกอบพิธีบรรจุอัฐิภายในคริสตจักรเมธอดิสท์ รังสิต คลองสี่ จ.ปทุมธานี หลังจากเสร็จสิ้นงานฌาปนกิจไปเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา

อัฐิของ น.ส.นิดา ถูกบรรจุไว้ช่องเก็บอัฐิที่ 9 ข้างกับนายโสภณ พัชรวีระพงษ์ พ่อของ น.ส.นิดา ที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว โดยข้อความด้านหน้าได้จารึกชื่อ นามสกุล รูปภาพของ น.ส.นิดา วันเกิด และวันอยู่กับพระเจ้า รวมทั้งข้อความ “ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด” ด้วยข้อความสีชมพู

นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของ น.ส.นิดา เปิดเผยว่า หลังจากเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนาแล้ว ได้แบ่งอัฐิออกเป็น 3 ส่วน คือส่วนใหญ่ไว้ที่คริสตจักร อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่แม่ และอีกส่วนไว้ให้ เบิร์ด แฟนของแตงโมเก็บไว้

 

ระหว่างที่ทำพิธีเก็บอัฐิ ได้มีการร้องเพลงตามพิธีของศาสนาคริสต์ โดยนางภนิดา ได้ขอให้แตงโมไปอยู่บนสวรรค์กับพระเจ้าส่วนหลังจากนี้ก็จะเดินหน้าดำเนินคดีตามพยานหลักฐานที่มีว่าแตงโมเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม

นางภนิดา ยังกล่าวว่า ทีมทนายความและทีมที่ปรึกษาคนใหม่ที่นำโดยนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ เป็นทีมที่ดีและมีความเป็นผู้นำสูง และเชื่อว่าการดำเนินคดีหลังจากนี้มาถูกทางแล้ว ซึ่งครอบครัวของฝ่ายพ่อ น.ส.นิดา ก็เห็นด้วยกับการดำเนินคดีในครั้งนี้

ขณะที่เมื่อวานนี้ได้คุยกับ “บังแจ็ค” ทางโทรศัพท์และขอให้หยุดเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊กของ น.ส.นิดา ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ส่วนที่มีภาพออกมานั้นเป็นของปลอมทั้งหมด และเตรียมส่งโทรศัพท์คืนให้เพราะได้กู้ไฟล์ภาพได้ทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่ระบุว่าจะส่งให้ใครเพื่อความปลอดภัยของโทรศัพท์ เนื่องจากจะต้องนำไปเป็นหลักฐานทางคดี

ส่วนกรณีที่ บังแจ็ค เคยตกเป็นผู้ต้องหาในหลายคดี นางภนิดา กล่าวว่า เคยเห็นประวัติมานานแล้ว แต่ก่อนหน้านี้มีผู้สื่อข่าวจากช่องหนึ่งโทรศัพท์มาบอกให้รับสายบังแจ็ค เพราะมีข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่ต้องการให้รับทราบ จึงตัดสินใจคุยกัน และตกลงส่งโทรศัพท์ น.ส.นิดา ให้ไปเพื่อจะกู้ข้อมูลต่าง ๆ จนสามารถทำได้

แม้ว่า บังแจ็ค จะเคยเสนอเงิน และที่ดิน 6 ไร่ ให้แม่ เพราะไม่ได้กลับมาอยู่ไทย แต่ก็ไม่ได้รับไว้ และยืนยันว่า ไม่ได้รับผลประโยชน์แลกกับการส่งโทรศัพท์ไปให้ และเชื่อว่า ไม่มีการสำรองข้อมูล และภาพถ่ายเก็บไว้ พร้อมยืนยันว่า มีการคิดที่ดีแล้วที่ส่งโทรศัพท์ให้กับ บังแจ็คไปตรวจสอบ

นอกจากนี้ บังแจ็คยังบอกว่า คนไทยในสหรัฐอเมริกาได้มาถ่ายรูปหน้าที่พัก และรถยนต์ที่ใช้อยู่ ทำให้ขาดความเป็นส่วนตัวอีกด้วย

นางภนิดา ยังบอกว่า จากการดูพยานหลักฐานจากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ก็สามารถยืนยันได้ว่า น.ส.นิดา ไม่ได้เสียชีวิตในน้ำแต่เสียชีวิตบนบก เพราะในโทรศัพท์ที่กู้ไฟล์ภาพได้มีทั้งภาพบนเรือ ถนน หิน ดินทราย ที่เชื่อว่า ถูกนำตัวขึ้นเรือไป และคาดว่าจะถูกทำร้ายจึงถ่ายรูปเก็บไว้

ส่วนการพูดคุยกับบุคคลบนเรือ วันก่อน นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ (ปอ) ได้โทรศัพท์มาพูดคุยถึงเรื่องทั่วไป ไม่ได้คุยกันเรื่องคดีความ ซึ่งก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเรื่องคดีอยากให้ไปพูดในชั้นศาล และก็ยังพูดคุยกับบุคคลบนเรือเหมือนคนอื่นทั่วไป

 

ขณะที่นายมงคลกิตติ์ เปิดเผยว่า นายบังแจ็ค ถือว่าเป็นผู้ตรวจสอบพยานคนหนึ่ง ที่มีความสำคัญกับคดีนี้ เพราะก่อนหน้านี้นางภนิดาได้พยายามส่งโทรศัพท์ไปให้บริษัทกู้ไฟล์ภาพแล้ว แต่บริษัทไม่ยอมทำให้ ส่วนที่ นางภนิดาไปให้บังแจ็ค เนื่องจากว่าเป็นคนที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี ฉลาดหลักแหลม จึงต้องส่งไปให้ช่วยกู้ไฟล์ภาพ

ส่วนกรณีที่บังแจ็ค มีคดีความเก่าอยู่นั้น จากการตรวจสอบแล้วส่วนใหญ่เป็นคดีข่มขู่ ซึ่งหมดอายุความไปแล้ว และมีคดีหมิ่นประมาทฯ ที่พยานยังไม่เข้ามาให้การเพิ่มเติม ถือว่าคดียังไม่มีคำวินิจฉัยถึงที่สุด

ในช่วงนี้จึงเตือนวันนี้เป็นวันสุดท้าย หากพบผู้ที่โพสต์ไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพใด โพสต์ข้อความในลักษณะหมิ่นประมาทบังแจ็ค ก็จะต้องดำเนินคดีเพราะถือว่ายังต้องปกป้องไว้ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ค้นหาพยานหลักฐานสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินคดีของ น.ส.นิดา ก็จะเสนอให้ศาลออกหมายเรียกบังแจ็คให้เป็นพยานในคดี และหากเข้ามาในประเทศแล้วถูกดำเนินคดีค้างเก่า ก็พร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือ ทั้งการประกันตัว และต่อสู้คดีความถึงศาลชั้นต้น หลังจากนั้นก็จะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการในชั้นศาล

 

นายมงคลกิตติ์ ยังระบุว่า ก่อนหน้านี้มีผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นคนที่รู้จักบุคคลบนเรือสปีดโบ้ต จะนำเงินมาวางไว้ให้ที่หน้าบ้านจำนวน 15 ล้านบาท แต่ก็ไม่มีมา และยืนยันว่า จะไม่ขอเจรจาเว้นแต่บุคคลบนเรือจะมีเงินถึง 5,000 ล้านบาทแล้วค่อยมาคุยกัน

หลังจากนี้ก็จะดำเนินคดีให้กับแม่ของ น.ส.นิดา ตามที่ได้แถลงไว และเชื่อว่าเป็นคดีฆาตกรรม หากไม่เป็นตามข้อหานี้ เจ้าหน้าที่ก็จะต้องตอบให้ได้ว่าข้อมูลที่ได้รับมาในโทรศัพท์มือถือของแตงโม ที่มีการลบรูปกว่า 500 ภาพ คืออะไร

ส่วนคลิปหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมนั้น ยืนยันว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยได่ เพราะจะเป็นการหมิ่นประมาทผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องรอให้ศาลพิจารณาก่อน

 

 

กลับขึ้นด้านบน