สธ.จ่อลดระดับเตือนภัยโควิด รายงานยอดเฉพาะรักษาใน รพ.เริ่ม 1 มิ.ย.

สธ.จ่อลดระดับเตือนภัยโควิด รายงานยอดเฉพาะรักษาใน รพ.เริ่ม 1 มิ.ย.

สธ.จ่อลดระดับเตือนภัยโควิด รายงานยอดเฉพาะรักษาใน รพ.เริ่ม 1 มิ.ย.

รูปข่าว : สธ.จ่อลดระดับเตือนภัยโควิด รายงานยอดเฉพาะรักษาใน รพ.เริ่ม 1 มิ.ย.

สธ.เผยสถานการณ์ COVID-19 อยู่ในช่วงขาลง เตรียมพิจารณาลดเตือนภัยอยู่ระดับ 2 พร้อมปรับระบบรายงานเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องรักษาในโรงพยาบาล ตั้งแต่ 1 มิ.ย.นี้ แนะไม่จำเป็นต้องตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ ยกเว้น 3 กลุ่ม คือ เมื่อมีอาการ ผู้ดูแลกลุ่มเสี่ยงสูง คนทำงานผับ บาร์

วันที่ 30 พ.ค.2565 นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์ COVID-19 ว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ ผู้ป่วยปอดอักเสบ ใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิต ลดลงอย่างต่อเนื่อง ภาพรวมอยู่ในช่วงระยะขาลงทั้งประเทศและดีกว่าสถานการณ์ที่เคยคาดการณ์ไว้

สำหรับผู้เสียชีวิตยังเป็นกลุ่มเสี่ยง 608 โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป ซึ่งครึ่งหนึ่งไม่ได้ฉีดวัคซีน จึงรณรงค์ให้กลุ่มเสี่ยงเสียชีวิตสูงฉีดวัคซีนทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้นเพื่อลดการเสียชีวิต ขณะนี้ยังคงเตือนภัย COVID-19 ในระดับ 3 กลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ไม่เข้าสถานที่เสี่ยง เช่น ผับ บาร์ คาราโอเกะ ในสัปดาห์นี้ผู้เชี่ยวชาญจะมีการหารือเรื่องการพิจารณาการปรับลดระดับการเตือนภัย อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือทุกคนช่วยกันป้องกันไม่ให้กลับมาเกิดการระบาดเป็นวงกว้างอีก โดยสวมหน้ากาก เว้นระยะห่างและล้างมือ

ปรับรายงานยอดเฉพาะผู้ป่วยรักษาใน รพ.

ขณะนี้ประเทศไทยสถานการณ์ลดลง คล้ายกับประเทศอื่นในเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งหลายประเทศปรับระบบรายงานจากรายวันเป็นรายสัปดาห์ หรือรายงานเฉพาะการเสียชีวิต ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2565 ซึ่งประเทศไทยปรับมาตรการเพื่อผ่อนคลายมากขึ้น และจะปรับระบบการรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นการรายงานเฉพาะจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นระบบเฝ้าระวังในโรคที่ความรุนแรงลดลงแล้ว

เช็ก 3 กลุ่ม ยังต้องตรวจ ATK เป็นประจำ

นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้กำหนดให้โรค COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย จึงต้องค้นหาผู้ที่ติดเชื้อด้วยการตรวจ RT-PCR และ ATK แต่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น มีการปรับการรายงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเน้นผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ดังนั้น การตรวจ ATK เป็นประจำทุกสัปดาห์จึงไม่จำเป็น โดยจะตรวจเป็นประจำใน 3 กลุ่ม คือ 1.ผู้ที่มีอาการ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ เป็นต้น 2.ผู้ดูแลใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยงสูง คือ ผู้ดูแลผู้สูงอายุและเด็กเล็กที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน และ 3.ผู้อยู่ในสถานที่หรือกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันจำนวนมากและเสี่ยงแพร่ระบาด เช่น ผับ บาร์ คาราโอเกะ พนักงานยังต้องตรวจเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด

 

ทั้งนี้ เมื่อมีการผ่อนคลายมาตรการมากขึ้น อาจพบการระบาดหรือการติดเชื้อเป็นวงกว้างได้พอสมควร ดังนั้นกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ยังต้องเข้มมาตรการ 2U คือ การป้องกันส่วนบุคคล (Universal Prevention) และการฉีดวัคซีน (Universal Vaccination) เพราะหากติดเชื้ออาจมีอาการหนักได้ ส่วนสถานที่เสี่ยงต้องเข้มมาตรการด้วย เช่น พนักงานผับ บาร์ คาราโอเกะ ต้องฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ทำตามมาตรการ COVID Free Setting ตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ จัดสิ่งแวดล้อมเพื่อลดความเสี่ยง การระบายอากาศ

 

ขณะที่วันนี้ (31 พ.ค.2565) ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานยอดผู้ติดเชื้อรวม 3,955 คน แบ่งเป็นผู้ป่วยจากในประเทศ 3,954 คน ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 1 คน ผู้ป่วยตั้งแต่ 1 ม.ค.สะสม 2,227,022 คน หายป่วยเพิ่ม 6,607 คน หายป่วยสะสม 2,212,083 คน กำลังรักษา 39,861 คน เสียชีวิต 21 คน

 

 

กลับขึ้นด้านบน