"แมงกะพรุนไฟ" โผล่เกาะห้อง เตือนนักท่องเที่ยวงดเล่นน้ำ

"แมงกะพรุนไฟ" โผล่เกาะห้อง เตือนนักท่องเที่ยวงดเล่นน้ำ

"แมงกะพรุนไฟ" โผล่เกาะห้อง เตือนนักท่องเที่ยวงดเล่นน้ำ

รูปข่าว : "แมงกะพรุนไฟ" โผล่เกาะห้อง เตือนนักท่องเที่ยวงดเล่นน้ำ

เตือนนักท่องเที่ยว งดเล่นน้ำบริเวณเกาะห้อง จ.กระบี่ หลังพบแมงกะพรุนไฟพิษร้ายแรงอยู่บริเวณชายหาดจำนวนมาก เนื่องจากกระแสลมเปลี่ยนทิศ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันตักออก ชี้พิษแรงโดนผิวหนังเป็นปื้นปวดแสบร้อน-ราดด้วยน้ำทะเล

วันนี้ (13 มิ.ย.2565) นายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ กล่าวว่าขณะนี้พบแมงกะพรุนลอยกันเป็นแพ อยู่บริเวณผิวน้ำที่ชายหาดเกาะห้อง จ.กระบี่ พบเป็นแมงกะพรุนไฟขนาดเล็ก ชนิดพิษร้ายแรง ถ้าหากใครสัมผัสโดนก็จะเกิดอาการปวดแสบ ปวดร้อน หากมีอาการแพ้ อาจถึงขั้นเสียชีวิตจได้

ทำให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ ต้องปักธงแดงพร้อมป้ายติดแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำบริเวณชายหาดเกาะห้อง จากนั้นเจ้าหน้าที่ต้องใช้สวิงเร่งตักแมงกะพรุนในทะเลและเก็บกวาดตามชายหาด

แมงกะพรุนที่พบเป็นแมงกะพรุนแดง หรือแมงกะพรุนไฟ มีพิษร้ายแรง สาเหตุที่พบมากในระยะนี้ เนื่องจากกระแสลมเปลี่ยนทิศ ทำให้คลื่นพัดเข้ามาบริเวณหมู่เกาะห้อง ติดอยู่ริมหาดทรายและในน้ำ

หากใครเผลอไปโดนแมงกะพรุนชนิดนี้ สามารถแก้พิษเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง คือ ให้ใช้น้ำส้มสายชูราดบริเวณที่ถูกพิษ เพื่อทำลายพิษ อาจใช้ผักบุ้งทะเล หรือใช้น้ำทะเลล้างทำลายพิษ แต่อย่าใช้น้ำจืดหรือแอลกอฮอล์ เพราะจะท้าให้กระเปาะพิษแตก จากนั้นรีบไปโรงพยาบาลทันที

พิษแรงโดนผิวหนังเป็นปื้นปวดแสบร้อน-ราดด้วยน้ำทะเล

สำหรับแมงกะพรุนไฟ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ระบุว่า แมงกะพรุนไฟ หรือตำแยทะเล (Sea nettles) โดยทั่วไปจะมีลักษณะรูปร่างคล้ายร่ม ลำตัวประกอบด้วยวุ้นเป็นส่วนใหญ่ ล่องลอยไปตามกระแสน้ำและแรงคลื่นลม

ทุกส่วนของแมงกะพรุนไฟมีเข็มพิษยกเว้นผิวร่มด้านบน เมื่อร่างกายสัมผัสกับแมงกะพรุนไฟ พิษจะเข้าสู่ผิวหนังทันที ลักษณะอาการบริเวณผิวหนังที่โดนสัมผัสจะเป็นผื่นหรือปื้นแดง ปวดแสบปวดร้อน

วิธีปฐมพยาบาล ให้รีบล้างเมือกด้วยน้ำทะเล (ห้ามราดด้วยน้ำจืดและน้ำส้มสายชู) หลีกเลี่ยงการขัดถูหรือขยี้หนวด แล้วใช้ใบผักบุ้งทะเลบดปิดบริเวณสัมผัสเพื่อบรรเทาอาการแสบร้อน หากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบส่งโรงพยาบาล

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน