ยื่นค้าน "เขื่อนน้ำยวม" กระทบชีวิตชาวบ้าน 3 จังหวัด

ยื่นค้าน "เขื่อนน้ำยวม" กระทบชีวิตชาวบ้าน 3 จังหวัด

ยื่นค้าน "เขื่อนน้ำยวม" กระทบชีวิตชาวบ้าน 3 จังหวัด

รูปข่าว : ยื่นค้าน "เขื่อนน้ำยวม" กระทบชีวิตชาวบ้าน 3 จังหวัด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นเหนือติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินจัดการน้ำ จ.เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ขณะที่ภาคประชาชนยื่นหนังสือค้านโครงการผันน้ำยวม กังวลผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่าของโครงการ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่ มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และติดตามผลการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันไฟป่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระหว่างรับฟังแก้ปัญหาน้ำ จ.เชียงใหม่

จากนั้นเดินทางไปยัง หอประชุมเดชะตุงคะ บน.41 จ.เชียงใหม่ เพื่อประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลในพื้นที่ เพื่อสรุปผลการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลในพื้นที่

และลงพื้นที่โครงการประตูระบายน้ำบ้านแม่ปูคา พร้อมระบบส่งน้ำ บ้านปูคาเหนือ ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ พร้อมพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่

เครือข่ายภาคประชาชนยื่นหนังสือกับผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนคัดค้านโครงการ

ด้านเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน และภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ได้ยื่นหนังสือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ เพื่อขอคัดค้านโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล (แนวผันน้ำยวม)

 

นายสะท้าน ชีวะวิชัยพงศ์ ตัวแทนเครือข่ายประชาชน ลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ระบุว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายกังวลผลกระทบจากโครงการ ความไม่โปร่งใส ต่อกระบวนการพัฒนาโครงการและการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)

จึงรวมกลุ่มประชาชนในเขตป่ารอยต่อ 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ตาก และแม่ฮ่องสอน คัดค้านโครงการฯ ด้วยเหตุผล 1.กังวลผลกระทบสิ่งแวดล้อม พื้นที่ทำกินและวิถีชีวิตของชาวบ้านกระเหรี่ยงจำนวน 46 หมู่บ้าน 2.ข้ออ้างการผันน้ำแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่เป็นจริง แต่เกิดจากขาดการบริหารจัดการที่ดี

3.ความคุ้มค่าของโครงการลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนล่าสุดมีมูลค่ากว่า 1.72 แสนล้านบาท 4.การจัดทำรายงาน อีไอเอ ขาดการรับฟังความต้องการและความเห็นประชาชนอย่างแท้จริง 5.เครือข่ายภาคประชาชน ร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมเป็นธรรม ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโครงการฯนี้ตลอด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2565 นายกรัฐมนตรี มีมติตั้งคณะทำงานศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบของโครงการผันน้ำยวม ภาคประชาชนจึงอยากให้ยุติโครงการ หรือชะลอการดำเนินการในพื้นที่

โครงการแนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนยวม

สำหรับโครงการเพื่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล และโครงการแนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล มีสิ่งก่อสร้างประกอบด้วย
- เขื่อนน้ำยวม เป็นเขื่อนหินถมคอนกรีต มีความสูง 69.5 เมตร กว้าง 9 เมตร ความยาว 260 เมตร
- อ่างเก็บน้ำยวม มีความจุอ่าง 68.34 ล้าน.ลบ.ม. และน้ำสามารถใช้งาน 13.95 ล้าน ลบ.ม.
- สถานีสูบน้ำบ้านสบเงา เครื่องสูบ 6 เครื่อง อัตราการสูบรวม 182.52 ล้าน ลบ.ม./วินาที น้ำผันเฉลี่ยต่อปี 1,795.25 ล้าน ลบ.ม/ปี
- อุโมงค์ส่งน้ำคอนกรีต ความยาว 61.52 กม. มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 8.10-8.30 เมตร
- อุโมงค์พักน้ำและอัดอากาศและท่อระบายอากาศ เส้นผ่านศูนย์กลาง 34.10 ม.ความสูง 25.54 เมตร
- อุโมงค์อัดน้ำ ยาว 1.822 กม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 6.8 มม.

 

รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หลังก่อสร้างโครงการพื้นที่ป่าไม้ และสัตว์ป่า คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากโครงการฯ จำนวน 3,641.77 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าโซน C และ E จำนวน 3623.13 ไร่ สัตว์ป่า พบนกอพยพจำนวน 15 ชนิด สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ คือ เต่าเหลือง เต่าปูลู และสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง คือ ลิ่นชวา

ส่วนสัตว์น้ำที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ จากการสร้างเขื่อนน้ำยวม จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ และกีดขวางเส้นทางเคลื่อนย้ายของปลาหรือสัตว์น้ำตามวัฎจักร และพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน

กลับขึ้นด้านบน