"ชัชชาติ" จับมือ TDRI เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุง 6 เรื่อง

"ชัชชาติ" จับมือ TDRI เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุง 6 เรื่อง

"ชัชชาติ" จับมือ TDRI เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุง 6 เรื่อง

รูปข่าว : "ชัชชาติ" จับมือ TDRI เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุง 6 เรื่อง

"ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ" ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หารือ 6 เรื่อง เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุง ร่วมกับ TDRI เน้นความร่วมมือจากเครือข่ายภาคีผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้าน

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย TDRI ซ.รามคำแหง 39 เขตวังทองหลาง โดยระบุว่า การหารือร่วมกับ TDRI เป็นเรื่องที่ดีมากที่ทำให้เห็นมิติของความร่วมมือ ของ กทม. และ TDRI ซึ่งได้มีการศึกษานโยบายทั้ง 216 ข้อมา พร้อมให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์และทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


สำหรับการหารือร่วมกันในวันนี้ ประกอบด้วย 6 เรื่องสำคัญ โดยเรื่องแรก เป็นเรื่องการศึกษา ซึ่ง TDRI ได้นำแผนการศึกษา 29 เรื่องภายใต้นโยบาย 216 ข้อมาศึกษาว่าจะดำเนินการอย่างไร หัวใจอย่างหนึ่งคือการมีเครือข่ายภาคีที่จะมาร่วมกัน มีคนที่มีความรู้ความสามารถจากหลายองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน โดย TDRI จะช่วยในการเชื่อมโยงเพื่อการปรับเรื่องคุณภาพของการศึกษา ซึ่ง กทม.มีความอิสระในระดับหนึ่งในการปรับเรื่องหลักสูตร อุปกรณ์ และครุภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นความร่วมมือที่สำคัญในเรื่องการศึกษา และเป็นหัวใจสำคัญในเรื่องการลดความเลื่อมล้ำ

เรื่องที่ 2 การฝึกอาชีพ ปัจจุบัน กทม. มีโรงเรียนฝึกอาชีพ และศูนย์ฝึกอาชีพอยู่แต่ยังไม่ตอบโจทย์ของความต้องการทางภาคอุตสาหกรรม รวมถึงธุรกิจในอนาคต หรือธุรกิจสร้างสรรค์ TDRI ได้แนะนำให้ปรับหลักสูตรการเรียนให้มีความทันสมัยขึ้น อาทิ coding หรือวิชา computer ต่าง ๆ โดยรับประกันได้ว่าเรียนจบแล้วมีงานทำ และจะดูว่าในอนาคตอาจจะมีพันธมิตรเข้าร่วมในการฝึกอาชีพ ซึ่ง กทม.ต้องดำเนินการและมีส่วนช่วยดูแลในการเตรียมแรงงานที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจสมัยใหม่ ไม่ใช่เฉพาะแค่กลุ่มที่เป็นรากหญ้า ตลอดจนขยายการให้บริการแก่กลุ่มคนทำงาน หรือพนักงานออฟฟิศ ปรับความรู้ให้เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาดด้วย


เรื่อง 3 เรื่อง หาบเร่-แผงลอย TDRI ได้ทำการศึกษามาโดยละเอียดว่าระเบียบของ กทม.เป็นอย่างไร ซึ่งหลายอย่างมีความสอดคล้องกันทั้งในเรื่องการขึ้นทะเบียน การกำหนดพื้นที่ การจัดพื้นที่ทำการค้ารวม และการหาความร่วมมือกับเอกชน ทั้งนี้เรื่องหาบเร่-แผงลอย ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องหารือกันในระยะยาวต่อเนื่อง

เรื่องที่ 4 การขนส่ง TDRI ได้ให้คำแนะนำที่ดีในเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่ง กทม.สามารถรับไปดำเนินการได้ และมีข้อสังเกตหลายเรื่องที่ต้องศึกษา ทั้งนี้ รถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นเรื่องที่มีข้อมูลรายละเอียดมาก จะทำการหารือนอกรอบกันอีกครั้ง และได้หารือกันเรื่องป้ายรถเมล์ ควรจะมีการกำหนดจุดที่เหมาะสม ซึ่งก็เป็นแผนที่ กทม.ต้องทำ เนื่องจากรถเมล์ก็เป็นส่วนสำคัญของการเดินทาง ต้องมีข้อมูลอย่างเช่นระบบ GPS ว่าต้องรอรถเมล์นานเท่าไร และกระจายในทุกพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันป้ายรถเมล์รุ่นใหม่เป็นสิ่งที่ดี อาจจะขยายจากที่มีอยู่ในใจกลางเมืองออกไปถึงชานเมือง อาจจะเป็นป้ายรถเมล์เล็ก ๆ ติดตั้งในจุดที่เหมาะสม โดยประสานความร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบกด้วย


เรื่องที่ 5 แยกขยะ กทม. และ TDRI มีความเห็นตรงกันว่าในอนาคตคงจะฝังกลบยาก ดังนั้นการแยกขยะต้องเริ่มจากการแยกขยะเปียกและขยะแห้งก่อน โดยเริ่มทำพื้นที่นำร่องก่อน เช่น เริ่มจากบางสำนักงานเขต เนื่องจากต้องมีระบบในการจัดเก็บ ตั้งแต่การคัดแยก การเก็บขยะเปียกนำไปทำอะไร ขยะแห้งแยกเป็นรีไซเคิล หรืออาจจะทำเป็นเชื้อเพลิงต่อไป เรื่องนี้ต้องเริ่มเลย ไม่เช่นนั้นอนาคตจะมีขยะที่เหลือทิ้งและกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน


และเรื่องที่ 6 เรื่องความโปร่งใส ซึ่งเป็นโจทย์ที่ ACT โครงการต่อต้านคอรัปชั่นได้มาหารือร่วมกับ TDRI โดย ACT จะเป็นเจ้าภาพในการศึกษาเรื่องนี้ ซึ่ง กทม.จะเน้นไปที่เรื่องการขอใบอนุญาตก่อสร้าง และใบอนุญาตต่าง ๆ ที่เป็น one stop service เพื่อลดปัญหาเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ทำให้เกิดความโปร่งใสและการบริการที่สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

กลับขึ้นด้านบน