"พิพัฒน์" เชื่อหลังยกเลิก Thailand Pass "มาเลเซีย" จะเที่ยวไทยแซงอินเดีย

"พิพัฒน์" เชื่อหลังยกเลิก Thailand Pass "มาเลเซีย" จะเที่ยวไทยแซงอินเดีย

"พิพัฒน์" เชื่อหลังยกเลิก Thailand Pass "มาเลเซีย" จะเที่ยวไทยแซงอินเดีย

รูปข่าว : "พิพัฒน์" เชื่อหลังยกเลิก Thailand Pass "มาเลเซีย" จะเที่ยวไทยแซงอินเดีย

ระบบเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงตั้งแต่การระบาดของโควิด การปลดล็อก Thailand Pass ในเดือน ก.ค.นี้ จะเป็นความหวังด้านการท่องเที่ยว ที่จะพานักท่องเที่ยวมากระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งนี้ เชื่อว่านักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย จะเข้ามาเป็นอันดับ 1 แทนอินเดีย

วันนี้ (23 มิ.ย.2565) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า หลังจากปลดล็อกมาตรการ Test and GO ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2565 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาเที่ยวไทยเพิ่มมากขึ้นจากเดือนละ 200,000 คน เป็น 400,000 - 500,000 คน และคาดว่า เดือน มิ.ย.นี้ จะมีนักท่องเที่ยวจะเข้ามาถึง 700,000 คน

ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2565 เป็นต้นไป ไทยจะยกเลิกระบบ Thailand Pass สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งมั่นใจว่าจะส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเดือนละ 900,000 คน การยกเลิกระบบ Thailand Pass อาจจะจูงใจให้นักท่องเที่ยวหันมาเมืองไทยมากขึ้น โดยเฉพาะชาวตะวันออกกลาง ที่พบว่าจะเดินทางมาไทยมากขึ้นในช่วงปิดเทอม (เดือน มิ.ย.- ก.ค.)

ซึ่งสิ่งจูงใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทย คือค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงจากภาวะเงินเฟ้อ ค่าครองชีพถูก และการฟื้นตัวภาคธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ยังไม่ขึ้นราคาเท่ากับปี 2562

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เลือกมาไทย มากกว่าไปยุโรป

นายพิพัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางเข้ามาเที่ยวในไทยทุกวัน ในเดือน พ.ค. ชาวตะวันออกกลางเข้ามา 15,000 คน เดือน มิ.ย. น่าจะเกิน 20,000 คน รวมทั้งปีนี้ คาดว่าไม่น้อยกว่า 300,000 คน

นักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลาง มีค่าเฉลี่ยในการใช้จ่ายต่อคนอยู่ที่ 85,000 คน เท่ากับ 1 ต่อ 2 คน ของชาติอื่น ๆ 

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า 5 เดือนแรกของปีนี้ (1 ม.ค.-24 พ.ค.) นักท่องเที่ยวชาวอินเดียเข้ามาเที่ยวมากที่สุด 150,000 คน รองลงมาคือ ชาวมาเลเซีย ซึ่งเข้ามากว่า 160,000 คน ลำดับถัดมาคือ อังกฤษ สิงคโปร์ และสหรัฐฯ

เชื่อว่าหลังปลดล็อก Thailand Pass ชาวมาเลเซียจะเข้ามาเที่ยวแซงหน้าอินเดีย ในขณะที่จีนยังไม่ปลดล็อกให้เที่ยวต่างประเทศ

 

กลับขึ้นด้านบน