สหรัฐฯ ประท้วงศาลยกเลิกสิทธิทำแท้งในรอบ 50 ปี

สหรัฐฯ ประท้วงศาลยกเลิกสิทธิทำแท้งในรอบ 50 ปี

สหรัฐฯ ประท้วงศาลยกเลิกสิทธิทำแท้งในรอบ 50 ปี

รูปข่าว : สหรัฐฯ ประท้วงศาลยกเลิกสิทธิทำแท้งในรอบ 50 ปี

ส.ส.พรรครีพับลิกัน ขานรับคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่คว่ำคำตัดสินการปกป้องสิทธิยุติการตั้งครรภ์ของผู้หญิงตามรัฐธรรมนูญที่ใช้มานาน 50 ปี ส่งผลชาวอเมริกันทั้งที่เห็นด้วย และคัดค้าน ออกมาเคลื่อนไหวเป็นจำนวนมาก

วันนี้ (25 มิ.ย.2565) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กรณีคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง ล้มล้างคำพิพากษาเมื่อปี 2516  ซึ่งปกป้องสิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ของผู้หญิง โดยถือเป็นมติครั้งประวัติศาสตร์ ที่จะตัดสิทธิ์การเข้าถึงการยุติการตั้งครรภ์ของหญิงอเมริกันหลายล้านคน

คำวินิจฉัยดังกล่าว ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว จากกลุ่มนักเคลื่อนไหวสนับสนุนสิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ การชุมนุมครั้งนี้มีการปืนไปบนยอดของสะพานเฟเดอริก ดักลาส เมโมเรียล ในกรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อเรียกร้องให้บรรดาผู้สนับสนุน ให้ผู้หญิงมีสิทธิ์ยุติการตั้งครรภ์ ออกมาร่วมกันเคลื่อนไหว เพื่อกดดันรัฐบาลอย่างสันติ จนกว่าสิทธิการยุติการตั้งครรภ์จะได้รับการปกป้อง

 

ขณะที่ด้านหน้าที่ทำการศาลสูงสุดสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดีซี มีกลุ่มผู้ประท้วง รวมตัวกันจัดกิจกรรมร้องเพลง และถือป้ายข้อความคัดค้านคำตัดสินของศาลเป็นจำนวนมาก หลังจากคำตัดสินในครั้งนี้ จะส่งผลให้ 26 รัฐในสหรัฐอเมริกา พิจารณาหรือเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายห้ามยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

คำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ครั้งนี้ ยังนำมาซึ่งความแตกแยกในสังคม ระหว่างกลุ่มที่สนับสนุน และคัดค้านการปกป้องสิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ โดยที่รัฐมิสซูรี มีการปะทะคารมกันเล็กน้อย ระหว่างนักเคลื่อนไหวจากทั้งสองฝั่ง ที่ด้านหน้าคลินิกแห่งหนึ่ง

 

ด้านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ สังกัดพรรครีพับลิกัน ต่างร่วมแสดงความยินดี ต่อคำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ของศาลสูงสุด พร้อมทั้งระบุว่า คำวินิจฉัยนี้นับเป็นชัยชนะของความศักดิ์สิทธิ์ของชีวิต จะช่วยรักษาชีวิตเด็กที่ไร้เดียงสา และยังไม่ได้ลืมตาดูโลก ที่ต้องการการปกป้องดูแลจำนวนนับไม่ถ้วน

ข้อมูลจากการศึกษาโดยสมาคมวางแผนครอบครัว แพลนด์ แพเรนท์ฮูด (Planned Parenthood) ซึ่งให้บริการยุติการตั้งครรภ์ ชี้ว่า โดยรวมแล้วผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ประมาณ 36 ล้านคนในสหรัฐฯ จะไม่สามารถเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ได้

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน