อบต.รางบัว​ โต้เอี่ยวแบคโฮเจาะถังสารเคมีหลังไฟไหม้โรงงาน

อบต.รางบัว​ โต้เอี่ยวแบคโฮเจาะถังสารเคมีหลังไฟไหม้โรงงาน

อบต.รางบัว​ โต้เอี่ยวแบคโฮเจาะถังสารเคมีหลังไฟไหม้โรงงาน

รูปข่าว : อบต.รางบัว​ โต้เอี่ยวแบคโฮเจาะถังสารเคมีหลังไฟไหม้โรงงาน

อบต.รางบัว​ ยืนยันไม่เกี่ยวข้องปมโรงงานรีไซเคิลขนย้ายกากของเสียไม่เป็นไปตามเงื่อนไข หลังชาวบ้านกังวลภาพรถแบคโฮกดเจาะถังสารเคมี หวั่นรั่วไหลออกนอกโรงงาน พรุ่งนี้กรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเพิ่ม

ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้โรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม แวกซ์ กาเบ็จ จ.ราชบุรี ต่อมามีภาพขณะรถแบคโฮของผู้รับเหมาย้ายถังสารเคมี กดเจาะถังสารเคมี จนชาวบ้านบางส่วนกังวลว่าจะมีสารเคมีตกค้างและกระทบสิ่งแวดล้อม

วันนี้ (29 มิ.ย.2565) นายชัยวัฒน์​ ชาญปรีชา​ ปลัด​ อบต.รางบัว​ อ.​จอมบึง​ จ.ราชบุรี​ ระบุว่า​ เมื่อเกิดเพลิงไหม้​ ทาง​ อบต.มีหน้าที่ส่งรถน้ำเพื่อช่วยควบคุมเพลิงไหม้จนถึงวันที่​ 25​ มิ.ย.ที่ผ่านมา ยืนยันว่า​ ไม่ได้มีการเกี่ยวข้องหรือมีส่วนรู้เห็นกับการเจาะถังกากอุตสาหกรรม หรือขนย้ายออกจากพื้นที่แต่อย่างใด

​เขาอาจจะเขี่ยถังให้พนักงานดับเพลิง​หรือไม่​ เราก็ไม่ทราบ​ แต่เจตนาจะกดถัง​ หรือไม่ได้กด อบต.ไม่ได้รับรู้​ หรือมีส่วนด้วย

สำหรับ​ อบต.รางบัว​ ดำเนินการออกคำสั่งไม่ให้ปล่อยน้ำเสียลงธรรมชาติตามที่​สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 ราชบุรี (สวล.ภาค​ 8) ประสานงานมา​ และแจ้งให้มีการตั้งคันดินป้องกันน้ำไหลและสารเคมีปนเปื้อนออกนอกโรงงาน​ พร้อมแจ้งผู้ประกอบการ​ ซึ่งก็ให้ความร่วมมือ

 

ขณะที่วันพรุ่งนี้ (30 มิ.ย.2565) มีรายงานว่า กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมลงพื้นที่โรงงานดังกล่าว เพื่อเก็บตัวอย่างของดิน และน้ำ ตรวจสอบสารปนเปื้อนอีกครั้ง

โรงงานนี้ประกอบกิจการตั้งแต่ปี​ 2544 และได้ปิดทำการไปแล้วตั้งแต่ปี​ 2561 ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมโรงงานในการควบคุมดูแล​ แต่เมื่อมีเหตุเพลิงไหม้ครั้งล่าสุด​ ทาง​ อบต.น้ำพุ ต้องการให้ สวล.ภาค​ 8​ แนะนำเกี่ยวกับแผนเผชิญเหตุ​กรณีเพลิงไหม้โรงงาน รวมทั้งการเข้าดับเพลิงอย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่ในอนาคต​ เนื่องจากที่ผ่านมาพบชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ต้องรักษาพยาบาลจากการระคายเคืองตาและทางเดินหายใจในช่วงเกิดเหตุเพลิงไหม้

 

ล่าสุด​เมื่อวันที่​ 28​ มิ.ย.ที่ผ่านมา​ เจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้นำประกาศเรื่องคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการทั้งหมดไปติดไว้บริเวณหน้าโรงงาน​ และให้นำเศษวัสดุจากเพลิงไหม้​ และน้ำที่ใช้ดับเพลิงส่งบำบัด​ กำจัด​ ไม่ให้เกิดการชะล้างไหลออกนอกโรงงานตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม

ตามข้อมูลที่ บริษัท แวกซ์ กาเบ็จ แจ้งต่อกรมควบคุมมลพิษ โรงงานแห่งนี้ มีถังสารเคมี 34,000 ถัง กระจายอยู่ 12 จุดทั่วโรงงาน เช่น ทินเนอร์เกือบ 20,000 ถัง, น้ำมันปนเปื้อน และน้ำเสีย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า เป็นถังสารเคมีที่มีอยู่เดิม หรือมีการนำเข้ามาเพิ่มเติมภายหลัง

 

โรงงานแห่งนี้ มีข้อพิพาทกับชาวบ้านในพื้นที่มาเกือบ 20 ปี ชาวบ้านรอบโรงงาน ร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบทั้งกลิ่นเหม็นและน้ำเสีย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า น้ำใต้ดินในบ่อฝังกลบของโรงงาน อาจจะเป็นที่มาของสารพิษที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำธรรมชาติ จนนำไปสู่การฟ้องร้องคดีสิ่งแวดล้อมแบบกลุ่มครั้งประวัติศาสตร์ และ 2 ปีก่อน ศาลแพ่งตัดสินให้ชาวบ้านชนะคดี ตามมาด้วยคำสั่งให้โรงงานหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว

 

 

กลับขึ้นด้านบน