พบอีก! ที่ดิน 185 ไร่โรงงานรีไซเคิล ส่อครอบครองเขตหวงห้ามป่าเขาล้อมรั้ว

พบอีก! ที่ดิน 185 ไร่โรงงานรีไซเคิล ส่อครอบครองเขตหวงห้ามป่าเขาล้อมรั้ว

พบอีก! ที่ดิน 185 ไร่โรงงานรีไซเคิล ส่อครอบครองเขตหวงห้ามป่าเขาล้อมรั้ว

รูปข่าว : พบอีก! ที่ดิน 185 ไร่โรงงานรีไซเคิล ส่อครอบครองเขตหวงห้ามป่าเขาล้อมรั้ว

ผลตรวจสอบที่ดินโรงงานรีไซเคิลราชบุรี เมื่อ 28 มิ.ย.นี้ พบ 185 ไร่อาจอยู่เขตหวงห้ามที่ดินในราชการกรมป่าไม้ ตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตหวงห้ามที่ดินป่าเขาล้อมรั้ว พ.ศ.2488 เตรียมเสนอกรมที่ดินตรวจสอบ ขณะที่คพ.แจ้งข้อหาเพิ่มครอบครองวัตถุอันตราย

วันนี้ (1 ก.ค.2565) นายพัฒนะ ศิริมัย ผอ.ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) กรมป่าไม้ ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า คณะทำงานตรวจสอบที่ดินในครอบครองของ บริษัทแวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด ท้องที่หมู่ที่ 8 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี โดยได้มีการหารือกันนัดแรกเมื่อ 28 มิ.ย.พบว่าโรงงานแห่งนี้อาจเข้าข่ายการใช้ประโยชน์ที่ดินต่างๆนี้

พบมีโฉนดที่ดิน 3 ฉบับ น.ส.3 ก 1 ฉบับ เนื้อที่ 185 ไร่ พบว่าที่ดินในครอบครองของบริษัทฯ ทั้งหมดอยู่ในเขตหวงห้ามที่ดินในราชการกรมป่าไม้ ตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตหวงห้ามที่ดินป่าเขาล้อมรั้ว พ.ศ.2488

นอกจากนี้ยังมีที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่ง สปก.ราชบุรี แจ้งว่า มีการออกเอกสาร สปก. 4-01 แล้ว เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ และที่ดินในเขตทางสาธารณประโยชน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ 2484 โดยอ.บ.ต.รางบัว แจ้งว่า มีความกว้างเขตทางประมาณ 5 เมตร ยาวประมาณ 500 เมตร ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบแล้ว

พบครอบครองที่ดินเขตหวงห้ามที่ดินป่าเขาล้อมรั้ว

นายพัฒนะ กล่าวอีกว่า ผลตรวจสอบที่ดินจะนำไปเทียบกับแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ร่วมกับการตรวจสอบรังวัดในพื้นที่ เบื้องต้นหากดูตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตหวงห้ามที่ดินป่าเขาล้อมรั้ว พ.ศ.2488 มีก่อนกฎหมายประมวลที่ดินพ.ศ.2497 ซึ่งเจ้าของที่ดินอ้างมีโฉนดอาจจะได้รับที่ดิน นส.3 ก. และสค.1 เปลี่ยนมือมาจากคนอื่นๆ นำมาออกโฉนดได้ แต่จะต้องตรวจสอบย้อนกลับ

กรมป่าไม้จะส่งให้กรมที่ดิน ตั้งคณะทำงานไต่สวน เพื่อตรวจสอบร่วมกันว่ามีการออกโฉนดในเขตป่าโดยมิชอบหรือไม่ ถ้าออกโดยไม่ชอบ จะยกเลิกตามมาตรา 61 ประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อเพิกถอนตามขั้นตอน

นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้า จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินของโรงงานรีไซเคิลแห่งนี้ในภาพรวมอีกครั้ง ซึ่งเป้าหมายไม่ใช่แค่ตัวที่ดินมีการอ้างออกโฉนด หรือการครอบครองที่ดินส.ป.ก. แต่จะตรวจสอบอย่างละเอียดพื้นที่ตัวโรงงาน จุดฝังกลบและการใช้ที่ดินรอบโรงงานด้วย

ภาพ:กรมควบคุมมลพิษ

ภาพ:กรมควบคุมมลพิษ

แจ้งข้อหาเพิ่มครอบครองวัตถุอันตราย

ขณะที่ล่าสุดนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า หลังจากหน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 8 เข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในพื้นที่โรงงาน เมื่อวานนี้(30 มิ.ย.) พบมีวัสดุเหลือใช้ที่ถูกไฟไหม้แล้ว ยังมีของเสียอันตราย ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ.2556 ตกค้างอยู่ภายในอาคารของโรงงาน และไม่ได้ถูกเพลิงไหม้จำนวนมาก

โดยที่ศาลแพ่งได้มีคำสั่งให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการที่มีของเสียอันตรายแล้ว ตั้งแต่พ.ศ.2561 ซึ่งของเสียเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตราย ตามพ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ดังนั้นการที่บริษัทครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายมีความผิดตามมาตรา 23 และต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ซึ่งล่าสุด คพ.มอบหมายให้นายสุทธิพล เอี่ยมประเสริฐกุล ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 แจ้งความที่ สภ.จอมบึง  

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ป่าไม้-ส.ป.ก." ตรวจที่ดินโรงงานรีไซเคิลเข้าข่ายบุกรุกทางสาธารณะ

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน