ปิดแคมเปญ! "ธนาธร" เผย 8 หมื่นคนเข้าชื่อ "ปลดล็อกท้องถิ่น"

ปิดแคมเปญ! "ธนาธร" เผย 8 หมื่นคนเข้าชื่อ "ปลดล็อกท้องถิ่น"

ปิดแคมเปญ! "ธนาธร" เผย 8 หมื่นคนเข้าชื่อ "ปลดล็อกท้องถิ่น"

รูปข่าว : ปิดแคมเปญ! "ธนาธร" เผย 8 หมื่นคนเข้าชื่อ "ปลดล็อกท้องถิ่น"

"ธนาธร" แถลงปิดแคมเปญ "ปลดล็อกท้องถิ่น" ระบุ มีประชาชนทุกจังหวัดร่วมลงชื่อ เล็งยื่นประธานรัฐสภา 11 ก.ค.นี้ หวังประธานสภาเร่งบรรจุเข้าระเบียบวาระทันสมัยประชุมเดือน พ.ย. และ ส.ส. - ส.ว.ที่เคยพูดสนับสนุนการกระจายอำนาจจะโหวตรับร่าง

วันนี้ (4 ก.ค.2565) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้เชิญชวนเสนอกฎหมาย กล่าวในการแถลงปิดแคมเปญ "ขอคนละชื่อ ปลดล็อกท้องถิ่น" ซึ่งเป็นการรณรงค์เข้าชื่อประชาชน เพื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น

นายธนาธร ระบุว่า เปิดตัวแคมเปญเริ่มรับรายชื่อเมื่อ 1 เม.ย.2565 และปิดรับรายชื่อ 30 มิ.ย.2565 เป็นระยะเวลา 90 วัน มีรายชื่อที่ส่งมารวม 83,815 รายชื่อ แบ่งเป็นแบบกระดาษ 26,619 รายชื่อ แบบออนไลน์ 57,196 รายชื่อ เมื่อตรวจสอบแล้วมีรายชื่อที่ไม่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น 3,043 รายชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชนที่อายุไม่ถึง 18 ปี และบางส่วนกรอกข้อมูลผิด

ทั้งนี้ เหลือรายชื่อผ่านการตรวจเบื้องต้นเตรียมยื่นประธานรัฐสภา 80,772 รายชื่อ โดยมีรายชื่อจากประชาชนทั้ง 77 จังหวัด แสดงให้เห็นว่า มีประชาชนตื่นตัวเรื่องการกระจายอำนาจทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันรณรงค์ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย พรรคก้าวไกล และทีมงานทุกจังหวัด นักวิชาการ ผู้พัฒนาเว็บไซต์การลงชื่อ กลุ่มผู้มีอิทธิพลทางความคิดต่าง ๆ นายกท้องถิ่น และที่สำคัญคือ ประชาชนที่ร่วมลงชื่อในครั้งนี้


นายธนาธร ระบุอีกว่า การกระจายอำนาจ ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ เป็นวาระสำคัญระดับชาติ หากทำเรื่องนี้ได้สำเร็จประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะจะทำให้ท้องถิ่นมีอำนาจเต็ม สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้จริง โดยในสัปดาห์หน้า ในวันที่ 11 ก.ค.นี้ จะนำรายชื่อไปยื่นสู่รัฐสภา

หลังจากนั้นเมื่อทางรัฐสภาตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วเสร็จภายใน 45 วันแล้ว รัฐสภาจะทำการเผยแพร่ร่างกฎหมาย และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ก่อนที่ประธานรัฐสภาจะเสนอความเห็นเข้าสู่รัฐสภา และบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป ซึ่งหวังว่าจะทันสมัยการประชุมต่อไปในเดือน พ.ย. และหวังว่าจะได้รับการพิจารณาในสมัยนี้ พร้อมเรียกร้องไปถึง ส.ส.และ ส.ว. ให้โหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน