ไทยพบโควิดสายพันธุ์ย่อย "BA.2.75" 5 คน อาการหนัก 1 คน

ไทยพบโควิดสายพันธุ์ย่อย "BA.2.75" 5 คน อาการหนัก 1 คน

ไทยพบโควิดสายพันธุ์ย่อย "BA.2.75" 5 คน อาการหนัก 1 คน

รูปข่าว : ไทยพบโควิดสายพันธุ์ย่อย "BA.2.75" 5 คน อาการหนัก 1 คน

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลสุ่มตรวจสายพันธุ์ย่อย COVID-19 วันที่ 30 ก.ค. - 5 ส.ค.2565 จำนวน 382 ตัวอย่าง สัดส่วน BA.4/BA.5 ยังมากที่สุด 322 ตัวอย่าง แต่พบสายพันธุ์ BA.2.75 แล้ว 5 คน อาการหนัก-ใส่ท่อช่วยหายใจ 1 คน พบประวัติไม่ได้รับวัคซีน

วันนี้ (8 ส.ค.2565) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ว่า ในช่วงวันที่ 30 ก.ค. - 5 ส.ค.2565 สุ่มตรวจสายพันธุ์ COVID-19 จำนวน 382 ตัวอย่าง พบสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.1 จำนวน 1 ตัวอย่าง, BA.2 จำนวน 58 ตัวอย่าง, BA.4/BA.5 จำนวน 322 ตัวอย่าง และ BA.2.75 จำนวน 1 ตัวอย่าง

 

ขณะที่ กทม. พบว่าร้อยละ 91.5 เป็นสายพันธุ์ BA.4/BA.5 ส่วนในภูมิภาค ร้อยละ 79.8 เป็นสายพันธุ์ BA.4/BA.5

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า จากการถอดรหัสพันธุกรรม พบว่า เป็นสายพันธุ์ BA.4 ร้อยละ 21.90 (90 ตัวอย่าง) BA.5 ร้อยละ 77.13 (317 ตัวอย่าง) และ BA.2.75 ร้อยละ 0.97 (4 ตัวอย่าง) เบื้องต้นยังสรุปไม่ได้ว่า BA.4/BA.5 มีความรุนแรงมากกว่า BA.1 BA.2 มากน้อยเพียงใด แต่น่าจะไม่แตกต่างกันมาก

BA.5 เร็วกว่า BA.4 เยอะ สอดคล้องกับทั่วโลกที่เป็นแบบนี้

 

 

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ทั่วโลกมีการรายงานไปที่ Gisaid พบ BA.2.75 จำนวน 1,434 คน ส่วนไทยขณะนี้พบ 5 คน โดยถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัว ในจำนวนนี้พบผู้อาการรุนแรง 1 คน เป็นชายไทยอายุ 62 ปี อยู่ในพื้นที่สงขลา ขณะนี้เข้ารักษาใน ICU ใส่ท่อช่วยหายใจ พบประวัติไม่เคยได้รับวัคซีนเนื่องจากแพ้ง่าย

 

สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นต้นไป จะสามารถตรวจสอบสายพันธุ์ดังกล่าวได้ที่พื้นที่ ซึ่งจะทราบสัดส่วนตัวเลขที่แท้จริง โดยรายล่าสุดเป็นหญิงไทย อายุ 85 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียงที่กรุงเทพฯ

 

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน