โซเชียลล่ารายชื่อชง กกท.ส่ง "บิว-จอชชัว" ไปซ้อมต่างประเทศ

โซเชียลล่ารายชื่อชง กกท.ส่ง "บิว-จอชชัว" ไปซ้อมต่างประเทศ

โซเชียลล่ารายชื่อชง กกท.ส่ง "บิว-จอชชัว" ไปซ้อมต่างประเทศ

โซเชียลล่ารายชื่อผ่าน change.org เรียกร้องให้ผู้ว่า กกท. ส่ง "บิว-จอชชัว" ไปซ้อมกับนักกรีฑาระดับโลก โค้ชที่ต่างประเทศ ล่าสุด มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วเกือบ 600 คน

รูปข่าว : โซเชียลล่ารายชื่อชง กกท.ส่ง "บิว-จอชชัว" ไปซ้อมต่างประเทศ

สร้างรอยยิ้มให้กองเชียร์ทีมชาติไทยได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับ "บิว-ภูริพล บุญสอน" ที่ล่าสุด สหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ ประกาศสถิติทางเว็บไซต์ World Athletics ให้รั้งสถิติที่ 1 ของโลก ในการวิ่ง 100 ม. ในรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี ด้วยเวลา 10.09 วินาที กลายเป็นเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตาอีกคนหนึ่งของทัพนักกีฬาไทย และเป็นขวัญใจคนไทย

ขณะเดียวกัน ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ชื่อ Taodoi Runner ได้สร้างแคมเปญรณรงค์ "ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ผู้ว่า กกท. ส่งบิว-จอชชัว ไปซ้อมกับนักกรีฑาระดับโลก โค้ชที่ต่างประเทศ" ใน change.org ซึ่งขณะนี้มีผู้ลงชื่อสนับสนุนแคมเปญแล้วเกือบ 600 คน หลังจากเปิดมา 2 วัน โดยผู้สร้างแคมเปญระบุเหตุผลว่า เสียงของนักวิ่งและแฟนกีฬาชาวไทย ถึงผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผู้วางแนวทางให้กับสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย อย่าหลงทางและเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ ไม่เกิดความคุ้มค่ากับการพัฒนากรีฑาไทยสู่ระดับโลก


ครั้งแรกในรอบ 24 ปี ของวงการกรีฑาไทย ที่เด็กหนุ่มอายุเพียง 16 ปี “บิว” ภูริพล บุญสอน

  • ทำลายสถิติประเทศ 100 ม. ที่ 10.09 วินาที
  • คนไทยคนแรกที่ได้ WU18B หรือสถิติรุ่น 18 ปีที่ดีที่สุดของโลก
  • ทำเวลา 200 ม. ที่ 20.19 วินาที ผ่านเกณฑ์กรีฑาชิงแชมป์โลกคนแรก
  • คว้าเหรียญทองและสร้างสถิติใหม่มากมาย
  • อาจเป็นนักวิ่งไทยคนแรกที่จะวิ่ง 100 เมตร ต่ำกว่า 10 วินาที และสามารถสร้างชื่อเสียงในระดับโลกได้

และ “จอชชัว แอทคินสัน” ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ที่ไปโตและฝึกซ้อมกรีฑากับโค้ชที่ออสเตรเลีย ทำสถิติ 400 ม. ที่ 46.13 วินาที เป็นสถิติประเทศ U-20 คว้า 4 ทองในซีเกมส์ที่ฮานอย และได้รางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2565 สมาคมกีฬากรีฑา ประกาศแผนการฝึกซ้อมของบิว และ จอชชัว ว่า “เห็นด้วยกับแนวทางของผู้ว่า กกท. และผู้จัดการกองทุน ให้จ้างโค้ชจากอเมริกามาฝึกที่ไทยมากกว่า ซึ่งนักกรีฑาคนอื่นจะได้ผลประโยชน์ด้วย” แม้มีบริษัทเอเยนต์นักกีฬาและศูนย์ต่าง ๆ ในยุโรปและอเมริกาติดต่อยื่นข้อเสนอมาก็ตาม

ผู้สร้างแคมเปญ มองว่า การฝึกซ้อมเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ นักกีฬาควรได้ฝึกซ้อมในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีโค้ชที่มีประสบการณ์​ เพื่อนร่วมทีมที่ดี คู่แข่งที่เก่งกว่าหรือสูสี มีระบบโภชนาการและวิทยาศาสตร์การกีฬาที่รองรับ มีสนามแข่งขันให้ประลองฝีเท้าเก็บประสบการณ์สม่ำเสมอ (ไม่ใช่รอปีละ 1-2 รายการ) และมีเงินรางวัลที่เหมาะสม ต่อยอดสู่การเป็น “Pro-Runner” หรือนักวิ่งอาชีพได้ ซึ่งไม่เหมือนกับการจ้างโค้ชมาสอนที่ไทย

หากสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทยที่ก่อตั้งมาแล้ว 125 ปี ยังยึดติดกับระบบการบริหารจัดการและแนวความคิดเดิม ๆ ที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ เน้นจ้างโค้ชมาสอนที่ไทยแทนที่จะส่งไปต่างประเทศ การเรียกศักยภาพของนักกีฬาที่พิเศษกว่าทั่วไปอาจทำได้ไม่เต็มที่ เสียเงินเสียเวลา และความหวังที่คนไทยจะเห็นช้างเผือกดาวรุ่งอนาคตไกลของทั้งคู่อาจเลือนลาง อยู่ในวังวนเดิม ๆ จึงสร้างแคมเปญนี้ขึ้นเพื่อเรียกร้องไปยัง กกท.และสมาคมฯ 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"บิว-ภูริพล" รั้งสถิติที่ 1 ของโลกวิ่ง 100 ม. เร็วสุดในรุ่น 18 ปี

เปิดประวัติ "บิว ภูริพล" ลมกรดดาวรุ่งไทยวัย 16 ปี ขวัญใจชาวไทย

"จอชชัว" ทะลุชิง วิ่ง 400 ม. ศึกกรีฑาเยาวชนโลก 2022

 

กลับขึ้นด้านบน