“คมนาคม-ทอท.-บินไทย”พูดเสียงเดียว เอ็กเรย์ไม่พบปืน“คำรณวิทย์”ที่สุวรรณภูมิ

“คมนาคม-ทอท.-บินไทย”พูดเสียงเดียว เอ็กเรย์ไม่พบปืน“คำรณวิทย์”ที่สุวรรณภูมิ

“คมนาคม-ทอท.-บินไทย”พูดเสียงเดียว เอ็กเรย์ไม่พบปืน“คำรณวิทย์”ที่สุวรรณภูมิ

รูปข่าว : “คมนาคม-ทอท.-บินไทย”พูดเสียงเดียว เอ็กเรย์ไม่พบปืน“คำรณวิทย์”ที่สุวรรณภูมิ

“คมนาคม-ทอท.-บินไทย”พูดเสียงเดียว เอ็กเรย์ไม่พบปืน“คำรณวิทย์”ที่สุวรรณภูมิ รมว.คมนาคมยืนยันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีหลักฐานชัดเจนว่าอดีตผบช.น. ไม่ได้พกอาวุธออกนอกประเทศ แต่ตรวจพบที่ญี่ปุ่นไม่ใช่ที่สุวรรณภูมิ ด้านผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระบุดำเนินงานด้านรักษาความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานสากล หากต้องการเคลื่อนย้ายต้องแจ้งล่วงหน้า ขณะที่การบินไทยระบุมีหลักขั้นตอนปฏิบัติ ส่วนใหญ่เป็นนักกีฬา และต้องโหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น

กรณีที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผบช.น.ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศญี่ปุ่นจับกุม ที่สนามบินนาริตะ ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง

ความคืบหน้าเรื่องนี้ วันนี้ (24 มิ.ย.2558) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม กล่าวว่า ตามที่นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน ได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เดินทางออกจากประเทศ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา

เบื้องต้นภาพจากเทปบันทึกภาพกล้อง CCTV การตรวจเอ็กเรย์ ทั้งกระเป๋าเดินทาง และกระเป๋าถือ ไม่พบอาวุธปืน รวมถึงอดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไม่มีการรายงานการนำใบอนุญาตขอพกพาอาวุธปืนออกนอกประเทศ ซึ่งส่วนนี้ระบบของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีหลักฐานยืนยันการตรวจชัดเจน เพราะฉะนั้นไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความบกพร่องของระบบ ในการออกนอกประเทศอย่างแน่นอน อีกทั้งการตรวจพบอาวุธปืนของพล.ต.ท.คำรณวิทย์เป็นการตรวจพบจากสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้ตรวจพบจากสนามบินสุวรรรภูมิแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของประเด็นดังกล่าวได้ เนื่องจากต้องรายงานให้หน่วยงานด้านความมั่นคงรับทราบก่อน

ส่วนกรณีนี้ จะส่งผลกระทบต่อการที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยท่าอากาศยานของไทย รมว.คมนาคมระบุว่า จากกรณีดังกล่าวมีความกังวลอยู่บ้าง แต่ยังมีความเชื่อมั่นในมาตรฐานที่เป็นสากลของประเทศไทย ซึ่งจะสังเกตได้จากทุกสายการบินที่เดินทางออกนอกประเทศได้ปฎิบัติตามมาตรฐานของไทย และยังไม่พบการร้องเรียนหรือปัญหาในส่วนของการพบของต้องห้ามเข้าประเทศ

สุวรรณภูมิยันการดำเนินงานตามมาตรฐานสากล

ด้าน นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าพล.ต.ท.คำรณวิทย์น่าจะนำอาวุธปืนออกนอกประเทศผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น ขอชี้แจงว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์การตรวจค้นแล้ว ปรากฏว่าพล.ต.ท.คำรณวิทย์ให้ความร่วมมือในการ
ตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระถือขึ้นเครื่องบินและการตรวจค้นร่างกายตามขั้นตอนของมาตรการตรวจค้นเป็นอย่างดี สำหรับสัมภาระที่บรรทุกใต้ท้องเครื่องของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ได้รับการตรวจค้นตามขั้นตอนของมาตรการการตรวจค้นด้วยเช่นกัน และปรากฏว่าไม่พบวัตถุที่เป็นอันตรายต่ออากาศยานผ่านออกไปยังต่างประเทศ

นายศิโรตม์กล่าวว่า การนำอาวุธปืนไปกับอากาศยานระหว่างประเทศนั้นสามารถทำได้ แต่ต้องมีการดำเนินการตามมาตรฐานและขั้นตอนที่ ทอท.กำหนดโดยทอท.จะอนุญาตให้เฉพาะภาครัฐหรือหน่วยงาน องค์กรที่ภาครัฐให้การรับรอง และที่มีหนังสือถึงทอท.เพื่อขออนุญาตเป็นการล่วงหน้า เช่น การขอนำอาวุธปืนไปแข่งขันกีฬา เป็นต้น สำหรับกรณีของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ทอท.ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่มีหนังสือขออนุญาตแต่อย่างใด

ทั้งนี้มาตรการการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 และข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานและข้อเสนอแนะในภาคผนวกที่ 17 ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO

การบินไทยชี้แจงขั้นตอนการนำอาวุธปืนขึ้นเครื่องบิน

ขณะที่ ร.อ.ปรารถนา พัฒนศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคงและมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า การนำอาวุธปืนขึ้นเครื่องบินมีขั้นตอนปฏิบัติ ซึ่งการบินไทยมีระเบียบขั้นตอนตามมาตรฐานสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA: International Air Transport Association) ทั้งนี้ ผู้โดยสารจะต้องทำเอกสารขออนุญาตนำอาวุธปืนขึ้นเครื่องบินมายื่นให้บริษัทฯ พิจารณาล่วงหน้า โดยจะต้องแจ้งเหตุผลอันสมควร ที่จะนำอาวุธปืนออกไปนอกประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักกีฬายิงปืนที่จะนำไปใช้ในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับอนุญาตให้นำอาวุธปืนขึ้นเครื่อง บริษัทฯ ให้นำไปโหลดไว้ในห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น และไม่อนุญาตให้นำพกติดตัวขึ้นไปอยู่ในห้องโดยสารบนเครื่องบินทุกกรณี นอกจากนี้การนำอาวุธไปกับเครื่องบินโดยสารต้องแจ้งให้ท่าอากาศยานทุกประเทศทั้งต้นทางและปลายทางรับทราบ และต้องผ่านการตรวจค้นโดยท่าอากาศยานของแต่ละประเทศ

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวการตรวจพบอาวุธปืนที่ผู้โดยสารจะนำขึ้นเครื่องบินนั้น บริษัทฯ ขอเรียนว่า ผู้โดยสารท่านดังกล่าวมิได้มีการขออนุญาตนำอาวุธปืนขึ้นเครื่องบิน ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับแต่อย่างใด อีกทั้งการตรวจพบอาวุธปืนของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์เป็นการตรวจพบจากสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้ตรวจพบจากสนามบินสุวรรรภูมิแต่อย่างใด
 


กลับขึ้นด้านบน