“กรมทางหลวง”ระบุสอบเบื้องต้นตำรวจ-กู้ภัย ไม่พบคนเจ็บในรถที่ชนบนมอเตอร์เวย์

“กรมทางหลวง”ระบุสอบเบื้องต้นตำรวจ-กู้ภัย ไม่พบคนเจ็บในรถที่ชนบนมอเตอร์เวย์

“กรมทางหลวง”ระบุสอบเบื้องต้นตำรวจ-กู้ภัย ไม่พบคนเจ็บในรถที่ชนบนมอเตอร์เวย์

รูปข่าว : “กรมทางหลวง”ระบุสอบเบื้องต้นตำรวจ-กู้ภัย ไม่พบคนเจ็บในรถที่ชนบนมอเตอร์เวย์

“กรมทางหลวง” ชี้แจงกรณีพบร่างผู้เสียชีวิตในซากรถที่เกิดอุบัติเหตุบนถนนมอเตอร์สาย 7 พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

จากอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักพลิกคว่ำ บนถนนมอเตอร์สาย 7 ฝั่งขาเข้าพัทยา ช่วง กม.105+700 เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2565 ที่ผ่านมา และได้มีการประสานเก็บกู้ซากรถออกจากบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ต่อมาพบร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถคันดังกล่าว

วันนี้ (10 ส.ค.2565) นายธนศักดิ์ วงศ์ธนากิจเจริญ ผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง เปิดเผยภายหลังตรวจสอบรายละเอียดอุบัติเหตุดังกล่าวจากศูนย์บริหารจัดการจราจร (CCB) พัทยา พบว่า เมื่อเวลา 07.45 น. เกิดเหตุรถยนต์เก๋งนิสสัน สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กร 1787 กรุงเทพมหานคร ชนกับแบริเออร์ ส่งผลให้สภาพหน้ารถและท้ายรถพังเสียหาย

เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุจึงดำเนินการประสานศูนย์วิทยุกู้ภัยแหลมฉบัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และพนักงานสอบสวน รวม 9 นาย ให้รีบไปช่วยเหลือและอำนวยการจราจรบริเวณจุดเกิดเหตุ

โดยเจ้าหน้าที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุในเวลา 07.54 น. และดำเนินการตรวจสภาพที่เกิดเหตุอย่างละเอียดทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยทั้งหมดยืนยันว่า ไม่พบผู้บาดเจ็บ ญาติ หรือผู้เสียชีวิต ในบริเวณดังกล่าว และเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนส่งผลให้เกิดความไม่ปลอดภัย

 

อีกทั้งหลักฐานจะถูกทำลายไปทำให้เสียรูปคดี จึงเคลื่อนย้ายรถไปเก็บไว้ที่สถานีสอบสวนตำรวจทางหลวงเขาเขียวในเวลา 09.28 น. เพื่อรอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง

หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้ติดตามสอบถามไปยังโรงพยาบาล กู้ภัยในพื้นที่ และญาติ แต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ จึงได้ดำเนินการค้นหาและตรวจสอบที่รถอีกครั้ง

จนเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. พ.ต.ท.รัตพล วรรณะ รอง ผกก.ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล.เขาเขียว แจ้งว่า พบศพผู้เสียชีวิต คือ นายภัทรชัย อรรถพร อายุ 68 ปี อาศัยอยู่ที่ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง อยู่ในสภาพแขนซ้ายและขวาหัก นอนขดตัวอยู่บริเวณเบาะคนขับ ใต้พวงมาลัยรถ

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างออกมาตรวจสอบ และนำไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อแจ้งให้ญาติทราบและทำการชันสูตรพลิกศพ

ทั้งนี้ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอชี้แจงรายละเอียดสำหรับขั้นตอนการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมการจราจร (CCB) ซึ่งเมื่อได้รับแจ้งเหตุผ่านวิทยุกู้ภัยประจำเขตในพื้นที่และหัวหน้าชุดเพื่อประเมินสถานการณ์ และแจ้งประสานหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว เช่น ตำรวจ รถยก กู้ชีพ เป็นต้น

จากนั้นจึงแจ้งรถปฏิบัติการที่ใกล้ที่สุด ลงพื้นที่ตรวจสอบโดยเร็ว เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบหน้างาน เช่น ถ่ายรูปที่เกิดเหตุ สร้างแนววางกรวยยาง ติดสัญญาณไฟ เพื่ออำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และแก้ไขปัญหารถกีดขวางการจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

 

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุ แก้ไขปัญหารถกีดขวางการจราจร ตรวจสอบผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต ทรัพย์สินเสียหาย เป็นต้น และหากพบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ต้องรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะดำเนินการตามขอบเขตที่กำหนด

และหากในที่เกิดเหตุไม่พบผู้ขับขี่ แนวทางการดำเนินการ คือ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเพียงภายนอก จะไม่เข้าไปในตัวรถผู้ประสบเหตุ เพื่อป้องกันการร้องเรียนกรณีทรัพย์สินของผู้ประสบเหตุสูญหาย ซึ่งกรมทางหลวง ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ กรมทางหลวงได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบในรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ให้ตำรวจทางหลวงเข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย และขอยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องเพื่อคลี่คลายทุกประเด็นที่เป็นข้อสงสัยให้รับทราบต่อไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผบก.ทางหลวงยอมรับ จนท.ตรวจไม่ละเอียด เก๋งชนตายคารถ 12 ชั่วโมง

กังขา! ลากรถประสบอุบัติเหตุบนมอเตอร์เวย์ทิ้งศพไว้ 12 ชม.

 

กลับขึ้นด้านบน