นักวิชาการถอด "สมุดปกขาว" ไต้หวันเป็นของจีน พร้อมปะทะสหรัฐฯ

นักวิชาการถอด "สมุดปกขาว" ไต้หวันเป็นของจีน พร้อมปะทะสหรัฐฯ

นักวิชาการถอด "สมุดปกขาว" ไต้หวันเป็นของจีน พร้อมปะทะสหรัฐฯ

รูปข่าว : นักวิชาการถอด "สมุดปกขาว" ไต้หวันเป็นของจีน พร้อมปะทะสหรัฐฯ

นักวิชาการ ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในสมุดปกขาวเรื่องไต้หวันของจีน มีความหมายมาก และชัดเจนกับจุดยืนที่มีต่อพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าของ ไช่ อิงเหวิน พร้อมแสดงให้เห็นว่า ขณะนี้จีนไม่กลัวการทำสงครามกับสหรัฐฯ

วันนี้ (11 ส.ค.2565) รศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล อดีตผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีจีนออกสมุดปกขาวไต้หวันฉบับใหม่ว่า เนื้อหาในสมุดปกขาวครั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงจาก 2 ฉบับก่อนไม่มาก แต่มีความหมายมาก 

นั่นคือการเปลี่ยนแปลงเรื่อง กองกำลังทางทหาร ที่ก่อนหน้านี้ระบุว่า ถ้ามีการรวมชาติกันเกิดขึ้น จีนจะไม่เอากองกำลังของจีนมาที่เกาะไต้หวัน แต่สมุดปกขาวครั้งนี้ ตัดประโยคดังกล่าวทิ้งไป

และจีนได้กล่าวถึง กองกำลังต่างชาติ (กองกำลังภายนอก) ซึ่งขณะนี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากสหรัฐฯ ซึ่งสำหรับจีนแล้วถือว่าอยู่ในเงื่อนไขที่พร้อมปะทะหากถึงจุดวิกฤต

ถ้าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ จีนจะเอากองกำลังเข้าไปประจำที่เกาะไต้หวัน เหมือนกับที่จีนเอากองกำลังของตัวเองเข้าไปที่ฮ่องกง

 

นอกจากนี้ สมุดปกขาว ยังระบุถึงพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าของ ไช่ อิงเหวิน อย่างชัดเจน ซึ่งถือว่ามีนัยยะที่สำคัญมาก และคิดว่าเป็นการประกาศจุดยืนต่อพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าโดยตรง

ทั้งนี้ หากมองในมุมของไต้หวัน พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า มีจุดยืนที่แข็งกร้าวในเรื่องความเป็นอิสระ แต่ก็ไม่กล้าประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ คิดว่าไต้หวันคงเห็นกรณีของฮ่องกง ที่จีนให้ฮ่องกงปกครองแบบประชาธิปไตย 50 ปี

แต่ที่สุดแล้วจีนก็ค่อย ๆ เข้ามาแทรกแซง เช่น การสรรหาผู้ปกครองเกาะฮ่องกง เป็นเหตุให้ชาวฮ่องกงไม่พอใจ เกิดการชุมนุมที่นำไปสู่ความรุนแรง จีนใช้มาตรการด้วยการออกกฎหมายความมั่นคงของฮ่องกง แล้วในที่สุดก็ยกกำลังเข้ามา ซึ่งทำให้ความหมาย "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ลดทอนความหมายไป ไต้หวันอาจมองเห็นจุดนี้ จึงไม่อยากรวมชาติกับจีน

รศ.วรศักดิ์ ระบุว่า ถ้าไม่นับกรณีไต้หวัน ก่อนหน้านี้ในสมัย โดนัล ทรัมป์ จนถึง โจ ไบเดน ในสงครามการค้าและนโยบายต่าง ๆ ก็มีการต่อต้านจีนอย่างชัดเจน ทำให้จีนประกาศว่า จีนไม่กลัวการทำสงครามกับสหรัฐฯ จากนี้ไปขึ้นอยู่กับสหรัฐฯ ว่าจะยั่วยุจีนหรือไม่

อาวุธยุทโธปกรณ์ของจีนก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะยังสู้อาวุธของสหรัฐฯ ไม่ได้ แต่สำหรับจีนเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา เพราะตอนนี้จีนไม่กลัวที่จะปะทะกับสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จีนจะยังคงไม่ปฏิบัติการใด ๆ เนื่องจากต้องรอดูท่าทีของไต้หวันว่าจะอ่อนลงหรือไม่ จะมารวมชาติกับจีนหรือเปล่า รวมทั้งจะจับตาดูไต้หวันว่า จะจัดระยะห่างและความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ อย่างไร

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน